Categories
Uncategorized

หนังทำเงิน สูงสุดในปี 2561 สถิติพลิกโผในบางเรื่อง แต่อีกหลาย …

FANTASTIC BEASTS: THE CRIMES OF GRINDELWALD

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 596.2 ล้านเหรียญ

หนังภาคต่อ ผลงานของนักเขียนชื่อก้องโลกอย่างเจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งภาคแรก Fantastic Beasts and Where to Find Them กวาดรายได้ไป 814 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าภาค 2 อย่างเห็นได้ชัด

ภาคนี้จึงเป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของหนุ่มน้อยมากความสามารถผู้หลงใหลในสัตว์วิเศษ ‘นิวท์ สคามันเดอร์’ ซึ่งคราวนี้เขาไม่ได้มาแนะนำสัวต์เวทที่น่าตื่นตาเหมือนภาคแรก แต่เป็นเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นของการปะทะของ 2 ฝ่ายตรงข้าม โดยมี นักเวทผู้ยิ่งใหญ่ ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ ขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาว่า ‘ครีเดนซ์ แบร์โบน’ ผู้มีพลังมืดแฝงอยู่ในตัว แท้จริงแล้วคือใครกันแน่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

ANT-MAN & THE WASP

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 622.7 ล้านเหรียญ

หนังแนวซุปเปอร์ฮีดร่จากค่าย Marvel Studios เป็นหนังภาคต่อจากเรื่อง Ant-Man ที่เข้าฉายเมื่อปี 2015 โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้เรียกได้ว่าเป็นควันหลงจากเรื่อง Captain America: Civil War คงไม่ผิดนัก เมื่อ ‘สก็อตต์ แลงก์’ ต้องรับผิดชอบในฐานะแอนท์-แมน เข้าร่วมกับ ‘โฮป แวน ไดน์’ และ ‘ดร. แฮงค์ พิม’ ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน แถมยังต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เป็นทีม เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นปริศนาจากเรื่องราวในอดีต

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

BOHEMIAN RHAPSODY

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 636.6 ล้านเหรียญ

หนังชีวประวัติที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุก โดยบอกเล่าเรื่องราวของ ‘เฟร็ดดี้ เมอร์คูรี่’ นักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ รวมทั้งหัวหน้านำวง Queen วงร็อคในตำนาน ที่ไม่เพียงแต่หน้าตาที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงในยุคนั้น แต่พลังเสียงและตัวตนที่มีเอกลกัษณ์ของเขา ทำให้เขากลายยังเป็นอีกหนึ่งบุคคลน่าจดจำในวงการเพลง แถมยังถูกโหวตให้เป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์เพลง ในปีค.ศ. 2005 แม้ว่าเขาจะจากไปในปี 1991 แล้วก็ตาม แต่ผลงานเพลงของเขาก็ยังคงเป็นที่ประจักษ์และน่าชื่นชมมาจนปัจจุบัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

DEADPOOL 2

:: กวาดรายได้ไป 734.2 ล้านเหรียญ

อีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ได้รับเสียงตอบรับมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2016 พร้อมกวาดรายได้ไป 783.1 ล้านเหรียญ (มากกว่าภาค 2)

สำหรับภาคนี้ยังคงเอกลักษณ์ของฮีโร่ที่ความเกรียนได้เสมอต้นเสมอปลาย แถมภาคนี้จะเกรียนยิ่งขึ้นเมื่อมีสมาชิกแก๊งฮีโร่ตัวอื่นๆ มาช่วยสนับสนุน แน่นอนว่าเนื้อเรื่องของหนังยังคงเป็นแนว 18+ ที่แม้จะไม่ได้ฮีโรติกอะไร แต่เลือดสาดกระจาย พร้อมคำพูดไม่เพราะเช่นเดิม …อยากรู้ว่าภาคนี้สนุกยังไง เราเคยเขียนบอกไว้ ตามไปอ่านได้ที่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

MISSION: IMPOSSIBLE – FALLOUT

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 791 ล้านเหรียญ

22 ปีนับจากปี 1996 จนถึง 2018 ที่ผู้ชมได้รู้จักสายลับ ‘อีธาน ฮันท์’ โดยเรื่องราวดำเนินมายาวนานถึง 6 ภาคด้วยกัน และยังเป็นซีรี่ส์นี้ทำรายได้ยอดเยี่ยมมาทุกภาค โดย 5 ภาคที่ผ่านมากวาดรายได้ไปถึง 2,700 ล้านเหรียญ ส่วนภาคนี้สามารถกวาดรายได้ไป 791 ล้านเหรียญจนขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับที่ 6 ที่สำคัญภาคนี้ยังคงได้นักแสดงทีมเดิมมาร่วมแสดง ทำให้แม้จะห่างหายจากภาคแรกๆ ไปหลายปี แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องเดิมที่คงความสนุกไม่เปลี่ยน

ภาคนี้ยังคงความสนุกเช่นเดิม ผ่านการไล่ล่าของฝ่ายร้ายและฝ่ายดีที่เรียกได้ว่าล่าข้ามโลกกันเลยทีเดียว เมื่อปฏิบัติการที่วางแผนมาดิบดี เกิดผิดพลาดขึ้น ทำให้สายลับที่เราคุ้นเคย อีธาน ฮันท์ ต้องไล่ล่ากันข้ามโลก เพื่อทำให้ภารกิจสำเร็จให้ได้ โดยเบื้องหลังสถาการณ์ที่เลวร้ายคือ The Syndicate นั่นเอง

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

VENOM

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 852.9 ล้านเหรียญ

อยากจะเรียกว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ก็ไม่สามารถเรียกได้เต็มปาก ไม่ว่าจะหน้าตาหรือวิธีการที่ได้มาซึ่งพลังเหนือธรรมชาติ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ยังคงพิทักความถูกต้อง ทำให้หลายคนเรียกหนังเรื่องนี้ว่า ‘ซุปเปอร์ฮีโร่ด้านมืด’ คงคล้ายๆ เดดพลูที่เราไม่อาจเรียกเขาว่าซุปเปอร์ฮีโร่ได้เต็มปากนั่นเอง

โดยแต่เดิม ‘เวน่อม’ เป็นตัวละครในจักรวาล ‘สไปเดอร์แมน’ แต่เพราะความอีรุงตุงหนังของลิขสิทธิ์และค่ายหนัง ทำให้ Sony Pictures ต้องการมีเขียนเรื่องราวของเวน่อมขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นหนังเรื่องนี้นี่เอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนักข่าวหนุ่ม ‘เอ็ดดี้ บร็อค’ ที่หมกมุ่นกับการเผยเรื่องร้ายๆ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อฉาว ขณะเดียวกันก็มีปรสิตหรือเอเลียนชื่อ เวน่อม มาสิงร่าง จนเกิดเป็นพลังวิเศษ ด้วยความต้องการเอาชนะ ผนวกกับต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทั้งปรสิตเวน่อมและเอ็ดดี้ บร็อคจึงกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

INCREDIBLES 2

:: กวาดรายได้ไป 1.24 พันล้านเหรียญ

จากปี 2004 พิกซาร์และผู้กำกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ปล่อยให้เวลามันเนิ่นนานมากๆ กว่าจะมีภาคต่อ เหตุผลที่ได้ยินได้ฟังมาก็คือ เขามองหาเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาตลอด และถ้ามันไม่มีพล็อตที่โดนใจและดีพอ เขาก็ยังไม่ทำมัน นั่นแหละ มันถึงต้องใช้เวลาห่างกันยาวนานถึง 14 ปีกว่าที่ภาคสองจะออกมาให้ได้ยลกัน ‘Incredibles 2’ หรือชื่อไทย ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ หนังครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่กลับมาแล้ว

ผลงานการเขียนบทและการกำกับของเจ้าเดิม Brad Bird ที่เล่าเรื่องต่อจากเดิมแบบไร้รอยต่อ เรื่องราวของครอบครัวตัวดีที่ตัวพ่อและตัวแม่ต่างก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไม่พอลูกๆ ของเขาก็มีพลังซูเปอร์ฮีโร่

เรื่องย่อหนัง ‘Incredibles 2’
ต่อจากภาคที่แล้ว กฎหมายยังคงทำให้การเป็นซูเปอร์ฮีโร่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ครอบครัวพาร์ที่ต้องเก็บตัวเงียบถึงคราวเดือดร้อน บ้านก็ไม่มีจะอยู่ ต้องเช่าโรงแรมไปวันๆ แต่จู่ๆ ก็มีเศรษฐีคู่พี่น้องที่ติดต่อพวกเขาผ่านลูเซียส (Samuel L. Jackson) มนุษย์น้ำแข็งเพื่อนยาก

บ็อบและเฮเลนได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ การกลับไปเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่แม้จะผิดกฎหมายแต่ได้เส้นใหญ่ช่วยให้อะไรๆ มันเริ่มเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะมีที่อยู่ใหม่ มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทว่าพวกเขาต้องการเพียงอีลาสติกเกิร์ลเท่าั้น

บ็อบจึงต้องกลายเป็นพ่อบ้านไปโดยปริยาย

ตัวอย่างแอนิเมชั่น ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ [ซับไทย]

และผลจากความรู้สึกน้อยหน้าภรรยา เมื่อเขาได้รู้ว่า แจ็ค-แจ็ค เจ้าตัวเล็กลูกคนสุดท้องของเขานั้นก็มีพลังซูเปอร์ฮีโร่ในตัว แถมยังมีมากกว่าใครๆ ในบ้านด้วยซ้ำ เขาจึงเลือกปิดปากไว้ไม่ยอมบอก

แต่เรื่องราวมันก็กลับยุ่งเหยิงเข้าซะก่อนน่ะสิ

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Incredibles 2’
เรื่องราวที่ต่อเนื่องอย่างที่เรียกว่าจบภาคแรกเมื่อ 14 ปีก่อนปุ๊บก็เดินเรื่องเข้าสู่ภาคต่อนี้ทันที แตกต่างด้วยคุณภาพของงานที่เนียนขึ้นตามวันเวลาและเทคโนโลยี

หนังเปลี่ยนให้บ็อบผู้เชื่อมั่นในการแสดงออกถึงพลังที่เปี่ยมด้วยจิตใจที่ดีของซูเปอร์ฮีโร่ที่มักถูกมองว่าออกปฏิบัติการแต่ละครั้งมักจะเห็นแต่การทำลายข้าวของสร้างความเสียหาย เพศชายที่ดูเป็นใหญ่แต่กลับมีแค่เฮเลนผู้เป็นภรรยาที่ได้สิทธิออกไปช่วยเหลือผู้คน และตนต้องมารับหน้าที่พ่อบ้าน

ดูแลลูกอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นงานที่หนักหนาเอาการเลยเชียว

บ็อบต้องทั้งดูแลไวโอเล็ต ลูกสาวคนโตที่เริ่มมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ งอนพ่อบ่อยอย่างกับอะไรดี รับมือการสอนการบ้านเลขกับแดช ลูกชายคนกลางที่อยากเหลือเกินที่จะแสดงออกซึ่งพลังที่ตนมี และยังต้องดูแลเจ้าตัวเล็ก แจ็ค-แจ็ค ที่แสนซนอย่างมากมาย แถมไปๆ มาๆ ก็เลยได้รู้ว่า เขามีพลังพิเศษหลายอย่างๆ สลับโหมดใช้สนุกมือ

แต่ยังไม่สามารถควบคุมการใช้พลังได้เลยนี่สิที่น่าห่วง

สิ่งที่รู้สึกได้ก็แอนิเมชั่นอย่าง ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ เป็นก็คือ การพูดในหลายประเด็น แต่ก็มีบ้างบางประเด็นที่เหมือนจะพูดถึงอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะลืมๆ ไป หันไปพูดอีกเรื่องแทน อย่างประเด็นของเรื่องของกฏหมายซูเปอร์ฮีโร่ ประเด็นของการที่มนุษย์ผู้รักความง่าย การมีฮีโร่มาช่วยปัดเป่ามาทำให้ชีวิตง่ายดี

แต่ยังไงลงท้าย หนังก็ต้องกลับไปพูดเรื่องครอบครัวอย่างจริงจังอยู่ดี

มันคงไม่แปลกที่แอนิเมชั่นครอบครัวจะพูดถึงประเด็นครอบครัวเป็นหลัก แต่มันก็ทำให้ประเด็นอื่นๆ ถูกดึงเข้ามาแบบแตะๆ ปล่อยๆ นั่นเอง

อีกส่วนก็คือ หนังมีการลีมตัวร้ายบางตัวไปเสียสิ้น เพื่อไปเรื่องตัวร้ายอีกตัวแทน ตัวละครบางตัวก็ปูมาอย่างที่คาดการณ์ได้ทันทีว่าเดี๋ยวต้องมีพลิก!

สิ่งที่ทำให้หนังสนุกในภาคนี้ นอกเหนือจากงานภาพที่พัฒนาขึ้นมาเมื่อเทียบกับภาคที่แล้ว งานดนตรีประกอบที่ทำได้อารมณ์หนังเจมส์ บอนด์ ไม่ก็อีธาน ฮันท์ อะไรแบบนั้น ก็คือ การผสมผสานความฮาแบบน่ารักๆ สลับกันไปกับฉากแอ็คชั่นแบบน่าลุ้น

ฉากน้องแจ็ค-แจ็ค คงเป็นอะไรที่ชวนฮาสุดๆ แล้ว กลายเป็นตัวละครที่ขโมยซีนได้เด็ดขาดมากในภาคนี้ กับฉากแอ็คชั่นที่ชวนลุ้นได้ตัวโก่งอยู่พอควร ทำให้กลายเป็นหนังครอบครัวที่ดูสนุก อารมณ์ดี

ก่อนหน้าหนังจริงเป็นแอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่อง “เปา” ภาพน่ารัก มีความจีน และตอบโจทย์เรื่องครอบครัวด้วยนะเธอ

ชื่อภาพยนตร์: Incredibles 2 / รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2
ผู้กำกับภาพยนตร์: Brad Bird
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Brad Bird
นักแสดงนำ: Craig T. Nelson, Holly Hunter, Sarah Vowell, Samuel L. Jackson
ความยาว: 118 นาที
ปี: 2018
แนว/ประเภท: Animation, Action, Adventure, Comedy, Family, Sci-Fi
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
เรท: ไทย/, MPAA/PG
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 21 มิถุนายน 2561
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Pixar Animation Studios, Walt Disney Pictures

Categories
Uncategorized

อันดับหนังHD ที่น่าจับตามองในปี 2559 – โปรแกรมหนังใหม่

Star Wars : The Force Awakens

อันดับหนังHD อันดับ 1 ที่ทุกคนรอคอย คงจะหนีไม่พ้นการคืนจอของหนังสงคราม อวกาศอย่าง Star Wars ซึ่งกลับมาในชื่อแบบเต็ม ๆ ว่า Star Wars: The Force Awakens โดยเป็นฝีมือของผู้กำกับ เจเจ เอบรัมส์ (J.J. Abrams) ที่นำทีมนักแสดงชื่อดังกลับมาเล่าเรื่องราว 30 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Star Wars Episode 6 : Return of the Jedi ซึ่งออกฉายเมื่อปี 1983 ซึ่งจะมีนักแสดงหน้าใหม่มารับบทเป็นตัวละครที่เราคุ้นเคยอย่างแน่นอน ส่วนจะมีใครบ้างนั้นก็รอติดตามได้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ตามกำหนดการในประเทศไทย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Avengers : Age of Ultron

อันดับหนังHD หากมองจากชื่อตอนก็น่าจะเดาออกได้ไม่ยากว่า Avengers : Age of Ultron จะพาคุณไปสัมผัสกับอันตรายจากหุ่นยนต์ชั่วร้ายนามว่า อัลตรอน ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์คือภัยคุกคามที่แท้จริงของโลกและจำเป็นต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก จึงเป็นหน้าที่ของสมาชิกอเวนเจอร์ที่ต้องป้องกันแผนการอันชั่วร้ายของอัลตรอน ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้และการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสนุกในภาคนี้คือ จอส วีดอน (Joss Whedon) ที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเอง โดยเตรียมเข้าฉายก่อนอเมริกา 30 เมษายน 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Jurassic World

อันดับหนังHD แฟนพันธุ์แท้ของหนังไดโนเสาร์ชุด Jurassic Park เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่วันที่ 11 มิถุนายน 2015 กันได้เลย เพราะความระทึกใจกำลังจะกลับมาในภาคต่อที่ชื่อว่า Jurassic World ซึ่งจะพาคุณไปผจญภัยบนสวนสนุกบ นเกาะอิสล่านูบลาร์ (Isla Nublar) ภายใต้ฉากหลังที่เกิดขึ้น 22 ปี

หลังจากเหตุการณ์ใน Jurassic Park ภาคแรก (1993) โดยมนุษย์ต้องเผชิญกับอันตรายจากกองทัพไดโนเสาร์ที่สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นทั่วเกาะ อันนำไปสู่การต่อสู้ของมนุษย์ที่ต้องเอาตัวรอดทุกวิถีทาง โดยพระเอก คริส แพรตต์ (Chris Pratt) รับหน้าที่นำแสดงร่วมกับดาราแถมหน้าอีกมากมาย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Inside Out

นี่คือแอนิเมชั่นจาก Disney และ Pixar ที่จะพาคุณเข้าไปทำความรู้จักกับอารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ซึ่งได้แก่ ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และความสงบ ผ่านเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องปรับตัวให้กับกับสภาพแสดล้อมใหม่ โดยได้รับความเหลือจากความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่ในหัวของเธอเอง โดย Inside Out เป็นผลงานของผู้กำกับ พีท ด็อกเตอร์ (Pete Docter) จาก Monsters Inc. และ UP และมีกำหนดเข้าคิวฉายในบ้านเรา 12 สิงหาคม 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Tomorrowland

ค่าย Disney เตรียมทวงคืนบัลลังก์ความแฟนตาซีด้วยผลงานแนวไซไฟเรื่อง Tomorrowland ของผู้กำกับ แบรด เบิร์ด (Brad Bird) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเด็กสาว เคซีย์ นิวตัน ที่สนใจเกี่ยวกับโลกอนาคต โดยวันหนึ่งเธอได้พบกับเข็มกลัดลึกลับที่พาเธอไปยังดินแดนแห่งอนาคตได้จริง ๆ โดยผู้รับบทดังกล่าวได้แก่

บริต โรเบิร์ตสัน (Britt Robertson) ที่มาพร้อมกับ จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) ในบทนักประดิษฐ์ที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนแห่งอนาคต ซึ่งหนังเรื่องนี้เตรียมเข้าฉายในบ้านเรา 28 พฤษภาคม 2014

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

The Hateful Eight

หลังจากเกิดปัญหาบทหนังรั่วจนแทบล้มไม่เป็นท่า ในที่สุดผู้กำกับขาโหด เควนติน ทารันติโน่ (Quentin Tarantino) ตัดสินใจเดินหน้าสร้างหนังเรื่องนี้ อีกครั้งภายใต้การแสดงของ เคิร์ท รัสเซล (Kurt Russell), เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ (Jennifer Jason Leigh), แซมูเอล แอ แจ็คสัน (Samuel L. Jackson) และอีกหลายท่าน โดยพวกเขาจะเล่าการปะทะที่เกิดขึ้นในโรงเหล้าริมทางท่ามกลางพายุหิมะ ส่วนกำหนดเข้าฉายถูกวางไว้คร่าว ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

หลังจากที่หนังมิวสิคัลทุนต่ำอย่าง Pitch Perfect กลายเป็นม้ามืดที่ประสบความสำเร็จเกินคาด และผลักดันสาวๆ นักแสดงนำอย่าง Anna Kendrick (จาก Twilight, Up in the Air, และ Into the Woods) กับ Rebel Wilson (จาก Night at the Museum 3) ให้แจ้งเกิดอย่างสวยงามไปเมื่อปี 2012 วันนี้สาวๆ “Barden Bellas” กลับมาอีกครั้งกับหนังภาคต่อ Pitch Perfect 2 ที่มีตัวละครเยอะขึ้น เพลงเยอะขึ้น และเวทีใหญ่ขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครไม่เคยดูภาคแรกมาก่อน เราคิดว่ายังไงๆ ก็สามารถดิ่งไปดูภาค 2 อันนี้ได้เลย คือถึงแม้อาจจะไม่อินเท่ากับคนที่เขารู้จักหรือผูกพันกับตัวละครมาแล้วตั้งแต่ภาคปางก่อน แต่ยังไงๆ มันก็ดูรู้เรื่องเหมือนกัน เพราะหนังมันไม่ได้ต่อกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการทบทวนให้กับคนเก่า และเท้าความเดิมคร่าวๆ ให้กับคนใหม่ โดยเราจะขอเล่าเรื่องย่อ (โดยละเอียด) ของ Pitch Perfect ภาคแรก ก่อนจะเริ่มบรรเลงเรื่องย่อและรีวิวภาค 2 ให้ตามปกติ แต่ถ้าใครอยากจะข้ามไปอ่าน Pitch Perfect 2 เลยก็ได้ ไม่มีปัญหา

ทีม “Barden Bellas” หรือชมรม cappella หญิงล้วนของ Barden University ซึ่งเป็นชมรมที่สืบทอดกันมายาวนานและเคยรุ่งโรจน์มาโดยตลอดจนกระทั่งปีล่าสุดที่ Aubrey (Anna Camp จาก The Help) หัวหน้าทีมไปอ้วกกลางเวทีจนการแสดงและชื่อเสียงของวงเละไม่เป็นท่า Aubrey และ Chloe (Brittany Snow) จึงจำต้องฟอร์มทีมใหม่เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงคืนมาให้กับชมรมที่รักยิ่งของพวกเธอ

เฟรชชี่สาวสวย Beca (Anna Kendrick) ถูกพ่อบังคับให้มาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและบังคับให้หาชมรมอยู่เพื่อเรียนรู้การมีเพื่อนมีสังคม มิเช่นนั้นพ่อจะไม่อนุญาตให้ไปเป็นดีเจหรือโปรดิวเซอร์เพลงที่ LA ตามที่เธอฝัน Beca ไม่มีทางเลือก เธอจึงต้องจำใจเข้าร่วมทีม “Barden Bellas” ตามคำเชิญชวนของ Chloe

แรกๆ Beca ก็รู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการ fit in หรือเข้ากับเพื่อนใหม่สังคมใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนๆ สมาชิกชุดใหม่ของทีม “Barden Bellas” ซึ่งมีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์แตกต่างเฉพาะตัว

เช่น Fat Amy (Rebel Wilson) สาวท้วมสุดฮาและมีพลังความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว, Lilly (Hana Mae Lee) สาวเอเชียเสียงเล็กราวกับกระซิบ, Cynthia-Rose (Ester Dean) สาวทอมผิวสี, Stacie (Alexis Knapp) สาวเอ็กซ์เซ็กส์จัด, และอีก 2-3 นางที่ดูไม่เป็นที่จดจำ ไม่ต้องรู้จักก็ได้

ความแปลกแตกต่างดังกล่าว ทำให้ในระยะเริ่มแรกของทีม “Barden Bellas” ดูเหมือนจะเป็นทีมเวิร์คกันยากอยู่ซะหน่อย แถม Aubrey ยังเป็นหัวหน้าทีมประเภทที่จู้จี้เจ้าบงการและยึดมั่นที่จะใช้แต่เพลง ท่าเต้น หรืออะไรๆ แบบสไตล์เดิมๆ ที่เคยชนะมาเมื่อปีก่อนๆ

การแสดงของ “Barden Bellas” ที่เคยใช้ได้เมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่า มาใช้ตอนนี้ ยังไงๆ ก็เฉิ่มเชย ซ้ำซาก น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ และไม่มีอะไรแปลกใหม่หวือหวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอาไปเทียบกับทีมคู่แข่งอย่าง “Treblemakers” หรือชมรม cappella ชายล้วนของมหา’ลัยด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

โดยปีนั้น Bumper สุดเกรียน (Adam DeVine) หัวหน้าทีมของ “Treblemakers” ก็รับเฟรชชี่หนุ่มๆ มาเป็นสมาชิกใหม่เพิ่มเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ Jessie (Skylar Astin จาก 21 & Over) กิ๊กของ Beca ที่ทำงานด้วยกันอยู่ที่สถานีดีเจประจำมหาวิทยาลัยของ Luke (Freddie Stroma สุดหล่อจาก Harry Potter และ A Cinderella Story: Once Upon a Song)

อย่างไรก็ตาม หลังจากล้มลุกคลุกคลานและขัดใจกันมาหลายครั้งหลายเวที ในที่สุด Aubrey ก็ยอมให้ทีม “Barden Bellas” ได้ลองร้องเล่นเต้นระบำตามสไตล์ใหม่ของ Beca

ในขณะเดียวกันที่ Bumper ก็ทิ้งทีม “Treblemakers” ไปดื้อๆ พอดี เพราะเขาได้รับข้อเสนอให้ไปฝึกงานกับ John Mayer นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง Jesse จึงถือโอกาสไปดึง

Benji (Ben Platt) รูมเมตของเขามาเข้าร่วมทีมแทนที่ เพราะเขารู้มาตลอดว่า Benji มีความสามารถและอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Treblemakers” มาโดยตลอด (แต่คนอื่นไม่รับเพราะมองว่า Benji เนิร์ดและประหลาดล้นเกินไป)

ในรอบไฟนอลของการแข่งขันระดับประเทศ สาวๆ “Barden Bellas” ร้องเพลงที่เรียบเรียงและโซโล่โดย Beca หนึ่งในนั้นมีเพลง “Don’t You (Forget About Me)“

เพลงประกอบภาพยนตร์ “The Breakfast Club” ซึ่งเป็นหนังโปรดของ Jesse รวมอยู่ด้วย

Categories
Uncategorized

อันดับ หนังผี ไทยทำเงินในประเทศสูงสุดตลอดกาลจากทุกค่าย

ผีมากพระโขนง, GTH รายได้ : 1,000 ล้านบาท

หนังผี สุดยอดหนังผีรายได้สูงสุดตลอดกาลที่มั่นใจว่าคงจะไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้อีกแล้ว (ยกเว้นอนาคตตั๋วหนังจะราคาใบละ 1 แสนบาท) โดยเนื้อเรื่องเป็นการเอาแม่นาก พระโขนง มาเล่าใหม่หมดจรด มีโครงเรื่องของผีแม่นาค พอให้ได้กลิ่นอายบ้าง นอกนั้นตีความใหม่หมด และเปลี่ยนภาพจากหนังผีสยองขวัญกลายมาเป็นหนังผีโรแมนติค คอมเมดีเฉยเลย โดยมีตัวชูโรงเป็น 4 เกลอตัวฮา ‘เอ – เผือก – เต่อ – ชิน’

แถมตัวหนังยังหักมุมแล้วหักมุมอีกตกลงใครจะเป็นผี ใครไม่เป็นผี โอ้ยย เรียกได้ว่าพลิกตำนานแม่นากไปเลย ส่วนการตอบรับนั้นถล่มทลายติดกระแสอยู่ในโซลเชียลเป็นเดือนๆ รายได้ก็มีให้ลุ้นทุกวัน ลุ้นยิ่งกว่าเป็นเจ้าของค่ายหนังอยากจะให้ทำลายสถิติเหลือเกิน

นางนาก, ไท เอนเตอร์เทนเมนต์ รายได้ : 149.6 ล้านบาท

หนังผี นางนาก เป็นหนังผีไทยที่ได้เงินทะลุ 100 ล้านเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ และมาในช่วงที่ตอนนั้นอุตสาหกรรมหนังไทยกำลังซบเซาพอดี ก็ได้นางนาก นี่แหละที่ปลุกกระแสจนเกิดปรากฎการณ์หนังไทยฟีเวอร์ได้อีกครั้งหนึ่งความพีค ของนางนาก ก็คือความน่ากลัวล้วนๆ แม้เนื้อเรื่องจะรู้กันอยู่แล้วก็เถอะ กระนั้นคนก็แห่ไปดูกันถล่มทลาย และทราย เจริญปุระ ก็กลายเป็น ‘นางเอกร้อยล้าน’ ทันที

ลัดดาแลนด์, GTH รายได้ : 117 ล้านบาท

หนังผี ลัดดาแลนด์ เป็นตำนานหมู่บ้านร้างที่โด่งดังมากในเชียงใหม่และมีตำนานเรื่องผีเล่าขานมาเรื่อยๆ (แต่เรื่องจริงลัดลาแลนด์ไม่มีผีนะจ๊ะ) ซึ่ง GTH ก็จับเอาตำนานนั้นแหละมาสร้างเป็นหนังผีที่เล่าถึงครอบครัวชนชั้นกลางที่ต้องย้ายไปตั้งรกรากที่เชียงใหม่ ก่อนครอบครัวจะพังเพราะดันซื้อบ้านที่มีผี เรื่องนี้แจ้งเกิดนักแสดงวัยรุ่นหญิงด้วยนั่นคือน้องปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่ในเวลาต่อมาดังมากกกกก

5 แพร่ง, GTH รายได้ : 113.5 ล้านบาท

หนังผีภาคต่อจาก ‘ 4 แพร่ง’ ที่ทำรายได้น่าพอใจ มาภาคสองกลับทำเงินได้ดีกว่า 5 แพร่งคราวนี้จัดชุดใหญ่ด้วยเรื่องผี 5 เรื่อง แต่ที่จดจำได้มากที่สุดก็คือตอนสุดท้ายที่ชื่อว่า ‘คนกอง’ ซึ่งนำเอา 4 นักแสดงสายฮากลุ่มเดิมจาก 4 แพร่ง ‘เต๋อ, เผือก, ชิน และ เอ’ มาสร้างความบันเทิงเหมือนเดิม แถมยังจับเอามาช่า วัฒนาพานิช มายำซะฮาเลย หมดกันมาดนางพญา

ซัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, GTH รายได้ : 107.1 ล้านบาท

หนังผีเรื่องแรกของ GTH ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาทและยังเป็นหนังที่ถูกซื้อไปฉายหลายประเทศเพราะเรื่องเล่ามีความสากล ไม่ใช่ผีไทยที่ฝรั่งดูแล้วอาจจะเกาหัวว่าน่ากลัวตรงไหน แถมยังถูกซื้อไป Remake อีกต่างหาก แต่อย่าไปพูดถึงฉบับ Remake เลย

ความเด็ดของซัตเตอร์คือ การนำประเด็นเรื่องภาพถ่ายติดวิญญาณ ซึ่งเป็นประเด็นที่คอเรื่องสยองขวัญเอามาเล่นกันอยู่บ่อยๆ (พี่ป๋อง นี่ตัวนำเลย) GTH เลยจับมาทำหนังผีเลย ที่สำคัญซัตเตอร์ยังแจ้งเกิดสองผู้กำกับ ‘โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล’ ผู้กำกับพันล้านคนแรกของประเทศและ ‘โอ๋ – ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ’ ในเวลาต่อมา

ผีสามบาท, RS Film รายได้ : 90 ล้านบาท

หนังผีเรื่องแรกที่แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 ตอน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผีที่มีเงินแค่ 3 บาท ทั้งสามตอนแบ่งออกเป็น ‘ท่อนแขนนางรำ’ ‘น้ำมันพราย’ และ ‘จองเวร’ ในยุคนั้นถือว่าผีสามบาทมีความน่ากลัวอยู่ในระดับหนึ่งเลย ถึงคำวิจารณ์จะค่อนข้างแย่ไปนิดนึงก็ตาม และมีมุกฮิตล้อหนังเรื่องนี้ว่า ‘ผีที่ขึ้นรถเมล์ไม่ได้คือผีสามบาท เพราะขาดไป 50 สตางค์’ ใครเกิดทันยุครถเมล์ 3 บาท 50 สตางค์จะเข้าใจ

4 แพร่ง, GTH รายได้ : 85 ล้านบาท

ผู้กำกับ: ยงยุทธ ทองกองทุน
นำแสดง: มณีรัตน์ คำอ้วน, วิโรจน์ เงาอำพันไพฑูรย์
ความเหงา สามารถทำให้ผู้หญิงทำอะไรโง่ ๆ ได้หลายอย่าง ดังเช่นสาวออฟฟิศในเรื่องนี้ เธอเหงา เธอตกงาน เธอโดนทิ้ง เธอหดหู่สุดขีด เมื่อมีข้อความเข้ามาในมือถือว่า “อยากรู้จัก” เธอจึงเริ่มต้น SMS กับคนที่เธอจะต้องเสียใจ

ปิ่น สาวออฟฟิศที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เธอต้องตกงานเธออาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งกับมุก เพื่อนของเธอแต่ด้วยสาเหตุที่มุกไปเที่ยวเชียงใหม่กับแฟนทำให้เธอเหงามาก วันหนึ่งมี SMS แปลกเข้ามาในมือถือของเธอว่า อยากรู้จัก ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรแต่เมื่อความเหงามาถึงขั้นขีดสุดเธอจึงเริ่มติดต่อกับเขา เธอเล่าถึงอุบัติเหตุถึงเธอได้ประสบมา เขาเองก็ตอบกลับมาว่า ผมก็เหมือนอยู่คนเดียวมา 100 วันแล้วเขาขอรูปของเธอ ปิ่นจึงตอบกลับไปว่า งั้นแลกรูปคนละรูปกัน เธอถ่ายรูปตัวเองแล้วส่งไปให้เขาแต่รูปที่เขาส่งกลับเหมือนรูปที่เธอส่งไป ปิ่นจึง sms ตอบว่า อย่าขี้โกงสิ นี่มันรูปชั้นเอง SMS ตอบกลับว่า ดูดี ๆ ผมถ่ายคู่อยู่กับคุณ ปิ่นสังเกตในรูปนั้นมีเหงาขาว ๆ แปลก ๆ จึงทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา

ในวันต่อไปปิ่นได้ไปเจอกระทู้หนึ่งเขียนเกี่ยวกับการทำบุญศพ 100 วันในกระทู้ได้เล่าสาเหตุการตายของผู้ตาย และได้มีการใส่โทรศัพท์ลงในโลงของผู้ตายอีกด้วยทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น มี SMS เขียนมาว่า คุณกลัวอะไร ทำให้เธอกลัวมากขึ้นและคนแปลกหน้าในโทรศัพท์ก็บอกว่าจะมาหาเธอ ไฟค่อย ๆ ดับมาเรื่อย และไฟในห้องของเธอก็ดับลง เธอใช้โทรศัพท์ส่องและร้องไห้ และในขณะนั้นเองได้มีวิญญาณของผู้ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาและผลักเธอลงจากตึก 7 ชั้น ปิ่นเสียชีวิต หลังจากนั้นได้มีการเล่าย้อนเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่า ปิ่นนั่งรถแท็กซี่กลับอพาร์ทเม้นท์แต่มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอกหักวิ่งกระโดดให้รถชน คนขับควบคุมรถไม่ได้จึงทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ ฉากสุดท้ายเป็นรูปถ่ายที่เธอแล้วมีวิญญาณของผู้ชายอยู่ในรูปนั้นด้วย

ผู้กำกับ: ปวีณ ภูริจิตปัญญา
นำแสดง: วิทวัส สิงห์ลำพอง, อภิญญา สกุลเจริญสุข, ชล วจนานนท์
จินตนาการถึงวิธีการเอาคืนแบบเด็ก ๆ อย่างการเขียนกระดานดำล้อชื่อพ่อเพื่อน แล้วลองจินตนาการถึงการเอาคืนของเด็กช่างกลกลุ่มนี้ที่เลือกวิธีเขียนยันต์สั่งตาย แช่งคนที่พวกเขาเกลียดขี้หน้า จินตนาการดูซิว่า ดีกรีความโหดมันจะสุดขั้วกว่ากันแค่ไหน

กลุ่มเด็กวัยรุ่นเกเรกลุ่มหนึ่งไปรังแกลูกของหมอผี ทำให้เขาสร้างยันต์ที่เรียกว่า ยันต์สั่งตาย ซึ่งใครสบตากับยันต์นี้จะตายโดยทันที กลุ่มเด็กเกเรกลุ่มนั้นซึ่งประกอบด้วย เดี่ยว, พิ้งค์ ต้องคอยหนีจากความน่ากลัวเหล่านี้เด็กกลุ่มค่อย ๆ ตายไปทีละคน เช่น ถูกเหล็กเสียบคอ ตู้แอร์หล่นใส่ ใบพัดแอร์กระเด็นเข้าหน้า และถูกไฟครอก เหลือแต่พิ้งค์อยู่คนเดียว เธอรีบไปหลบในรถยันต์นั้นวนเวียนอยู่รอบรถ และมีตำรวจเข้ามาช่วยและสอบปากคำเธอระหว่างมีคนร้ายยิงตำรวจเสียชีวิตในโรงพัก ทำให้เธอต้องอยู่เพียงลำพัง ยันต์นั้นกลับมาหาเธอ และพยายามให้เธอมองมันพิ้งค์ต่อสู้และควักลูกตาของตัวเองออกมาเพื่อที่จะได้ไม่สามารถมองเห็นยันต์ได้ และยันต์ก็บินหายไป

กำกับ: บรรจง ปิสัญธนะกูล
นำแสดง: ณัฏฐพงศ์ ชาติพงศ์, กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งออกไปตั้งเต็นท์กลางป่าลึก พวกเขาล้อมวงเล่าเรื่องผี ทำกิจกรรมห่าม ๆ ไร้สาระตามขนบหนังสยองขวัญทุนต่ำทุกประการ แต่ไฉนผีที่พวกเขาประสบพบเจอ กลับเป็นผีที่แหกธรรมเนียมปฏิบัติผีในหนังทุกเรื่องที่พวกเขาเคยดูมา

วัยรุ่น 4 คนออกไปล่องแก่งกลางป่าแห่งหนึ่งในคืนหนึ่งพวกเขาเล่าเรื่องผีจน ชิน ไม่กล้านอนริมจึงเถียงกับ เต๋อ และ เผือก จน เอ รำคาญเขาเลยพูดว่า ถ้าเกิดกูตายนะเว้ย กูจะกลับมาหลอกคนนอนกลางคนแรกเลย

ในวันต่อมา ทั้ง 4 คนก็มาล่องแก่งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเรือได้ล่มลงกลางแก่งทำให้เต๋อจมน้ำ เอเข้าไปช่วยแต่ตนดันจมน้ำหายไปแทนเต๋อ คืนนั้นทั้ง 3 คนกังวลเรื่อง เอ มาก จนคืนนั้นไม่มีใครกล้านอนตรงกลางเลย ตอนหนึ่งซิปของเต็นท์ได้รูดขึ้นว่าปรากฏเป็น เอ ทั้ง 3 คนดีใจมากแต่แปลกที่ว่าทั้งจมน้ำ และแอ่งมีโขดหินเยอะขนาดนั้น เอ กลับไม่มีแม้แต่แผลเลยมีแค่ความเปียกเท่านั้น คืนนั้นชินฝันว่า เอเป็นผีแต่ยังไม่รู้ตัวว่าตายแล้ว จึงสะดุ้งตื่นและไม่กล้าหลับอีกเลย เต๋อ กับ เอ ก็ได้เดินไปปัสสาวะด้วยกัน เต๋อ เห็นศพของ เอ ลอยอยู่จึงตกใจมาก จึงนำเรื่องทั้งหมดมาเล่าให้ ชิน และ เผือก

เมื่อทั้ง 3 คนเห็นว่า เอ น่ากลายไปเป็นผีแล้วจึงตกใจและวิ่งหน้ายังไม่คิดชีวิต จนในที่สุดก็วิ่งมาเจอกัน เต๋อ ตะโกนเรียก เอ บอกว่าให้ไปสู่สุขคติ ทั้ง 3 คนเห็น เอ อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับแม่น้ำ เอ จึงเล่าเหตุการณ์ความจริงให้ฟังว่าที่จริงแล้ว ทุกคนตายตั้งแต่ที่เรือล้มแล้ว แต่ตนพึ่งมาเห็นศพและโชว์ศพให้ทั้ง 3 คนดูพอเห็นศพทั้ง 3 คนก็ตกใจที่รู้ว่า ตนเองได้ตายไปแล้ว

ผู้กำกับ: ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
นำแสดง: เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, Nada Lesongan, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ
รวมมิตรสุดยอดของอาการ Phobia ทุกรูปแบบ นี่คือเที่ยวบินที่ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวที่แคบ เสียงดัง แรงสั่นสะเทือน ความกดอากาศ ความมืด และ ศพ ทั้งหมดนี้รอต้อนรับแอร์โฮสเตสสาวคนหนึ่ง ในไฟลท์ที่เธอต้องเผชิญมันเพียงลำพัง

พิม แอร์โฮสเตสสาวได้รับโทรศัพท์จากแอร์ฯ รุ่นพี่ว่ามี flight พิเศษของ เจ้าหญิงโซเฟีย และเธอต้องเดินทางไปคนเดียวเนื่องจาก ตุ้ย แอร์ฯ ที่เป็นเพื่อนกันต้องไปงานศพ เต๋อ (ในตอน คนกลาง) ซึ่งเป็นน้องชายและหาคนแทนไม่ได้แล้ว เมื่อพิมแนะนำตัวต่อเจ้าหญิง หล่อนไม่สนใจแต่พิมกลับเห็นแหวนเปอร์เซียที่เจ้าหญิงสวมอยู่เป็นแหวนเหมือนกับของเธอ เธอพยายามถอดแหวนออกแต่ถอดไม่ได้ เธอได้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟแต่เจ้าหญิงกลับดันให้แก้วกาแฟมาหกราดแขนของเธอ พิมโกรธมาก ถึงขนาดนั้นถอดรองเท้าส้นสูงมาคนกาแฟถ้วยใหม่ให้ (แต่เจ้าหญิงไม่ได้ดื่ม) เจ้าหญิงถามถึงแขนเธอและเห็นแหวนจึงให้เธอถอดออกมาให้ดู แต่คราวนี้พิมกลับถอดแหวนได้เจ้าหญิงได้บรรยายถึงการลงโทษของคนที่ลักลอบเป็นชู้กับสามีคนอื่นว่า จะถูกเปลื้องผ้าในที่สาธารณะ และให้ชาวบ้านขว้างปาหินใส่จนเสียชีวิต แต่ก่อนตายเธอจะต้องมากราบขอโทษภรรยาของสามีที่เธอลักลอบเป็นชู้ด้วย

ในเวลาเสิร์ฟอาหารเจ้าหญิงไม่ต้องการที่จะรับประทานอาหารที่สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมมาให้แต่ต้องการอาหารของพิม พิมพบว่า เจ้าหญิงนั้นแพ้กุ้ง เธอพยายามจะหยิบออกให้แต่เจ้าหญิงเรียกเธอก่อนจึงหยิบออกไปได้แค่ 4 ตัว เมื่อเจ้าหญิงรับประทานแล้วก็เกิดอาการแพ้จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ พิมได้เห็นรูปของเธอแล้วเจ้าชายอัลเบิร์ต (สามีของเจ้าหญิงโซเฟีย) ที่ลักลอบเป็นชู้กัน เมื่อหันมาก็พบเจ้าหญิงที่ตาแดงกร่ำมองเธอด้วยสายตาพยาบาทเคียดแค้น

เมื่อเครื่องถึงสนามบินภูเก็ต ก่อนเข้ารับการรักษาเจ้าหญิงก็มองพิมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่น่ากลัว อาฆาต ต่อเธอวันต่อมา พิมพบว่าเจ้าหญิงได้สิ้นประชนม์แล้วจากข่าวทางทีวีว่าให้ส่งพระศพกลับภายใน 15 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถโหลดพระศพลงใต้เครื่องได้จึงต้องให้พระศพวางอยู่บนเครื่อง พิมจึงต้องดูแลพระศพตอนเครื่องขึ้น ศพของเจ้าหญิงก็ได้ไหลมาหาเธอ เธอกลัวมากแล้วศพก็หยุดด้วยความกลัวเธอจึงพยายามเข้าไปอยู่ในห้องของกัปตัน แต่ก็อยู่ได้แค่พักเดียวพอเดินกลับมาก็ไม่พิมก็ไม่เห็นศพอยู่บนที่นั่งแล้ว

เธอกลัวมากแล้วความน่ากลัวก็เริ่มมากขึ้นจนทำให้เธอหัวแตก พิมจึงเริ่มบ้าและพยายามขู่ให้กัปตันเอาเครื่องลงและนำขวานไปทุบกับกระจกของเครื่องบินเพื่อจะหนีแต่ไม่สำเร็จเมื่อกัปตันมาจับตัวเธอและมัดไว้อยู่ตรงนั้นของศพเจ้าหญิง เธอร้องไห้และพยายามกล่าวขอโทษ ทันใดนั้นผ้าพันศพของเจ้าหญิงก็หลุดออกมาเห็นเป็น ใบหน้าอันอัปลักษณ์ ตาแดง มาอ้วกต่อหน้าเธอ เธอหันหน้าหนี เมื่อหันมาอีกทีก็ไม่พบศพเจ้าหญิง เธอจึงเริ่มมองหา เมื่อหันกลับมาอีกทีผีเจ้าหญิงก็พุ่งเข้ามาหาเธอ พิมกริ้ดสุดเสียง… เมื่อถึงที่หมายพนักงานภาคพื้นดินชาวต่างประเทศ 2 คนเข้ามาในเครื่องบินแล้วพบว่าเห็นศพของ พิม คอหักและทำมือลงก้มกราบเท้าของเจ้าหญิงโซเฟีย

Categories
Uncategorized

หนังสืบสวน ที่การันตีคุณภาพ ด้วยการเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์

The Girl with the Dragon Tattoo (2011)

หนังสืบสวน The Girl with the Dragon Tattoo (2011) เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องง่ายๆ เบย์ๆ ว่ากันด้วยนักธุรกิจผู้ร่ำรวยแห่งประเทสสวีเดนที่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่า หลานสาวของเขาหายไปไหนกว่า 40 ปี โดยเขาได้จ้าง Mikael Blomkvist ผู้สื่อข่าวสายการเงิน และเพื่อนร่วมงานอย่าง Lisbeth Salander ให้สืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแน่นอนว่าหนังทำให้คนดูรู้สึกว่า การสืบสวนของตำรวจเป็นอะไรที่ชาญฉลาดและรู้ความจริงได้ในระยะสั้นๆ แต่ข้อเสียของหนังเรื่องนี้ก็คือทำให้คนดูขาดความต่อเนื่อง แต่ยังไงซะ The Girl with the Dragon Tattoo (2011) ก็เป็นหนังที่มีความยูนีคที่ยากที่หนังอื่นจะลอกเลียนแบบอยู่ดี

The Wailing (2016)

หนังสืบสวน เป็นหนังที่รวมความความดาร์กไว้จริงๆ สำหรับ The Wailing (2016) ก็พี่แกเล่นเอาทั้งความสยองขวัญ ความลึกลับ และการสืบสวนสอบสวนไว้ด้วยกัน ว่ากันด้วยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันแสนน่ากลัวที่เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตำรวจไม่สามารถหาต้นตอได้ จุดสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ผู้กำกับพยายามทำให้คนดูสับสนและไขว้เขวกับความเชื่อของตัวเอง จนหนังเฉลยความจริงในที่สุด บอกเลยโคตรพีค

J.S.A.: Joint Security Area (2000)

คุณรู้จักหนังสือเรื่อง ชาโรมอน มั้ย? หนังเรื่องนี้เป็นแบบนั้นแหละ มันเป็นการที่คนปกปิดความจริงเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดย J.S.A.: Joint Security Area (2000) จะมีเนื้อเรื่องประมาณว่า Lee Soo-hyeok ทหารฝ่ายเกาหลีใต้ และ Oh Kyeong-pil ทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ ทั้งคู่สนิทสนมและรักกันเหมือนพี่น้องมาก่อน แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมนายทหาร 2 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่เมื่อถึงสอบสวนออกมาแล้ว นายทหารสองคนกลับเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่ล่ะ? ใครกันที่เป็นฝ่ายโกหก ?

Tinker Tailor Soldier Spy (2011)

ใครที่เครียดๆ อยู่เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการดู Tinker Tailor Soldier Spy (2011) บอกเลยว่าถ้าคุณดู คุณปวดกระบาลมากกว่าเดิม โดยหนังเรื่องนี้ว่าด้วยยุคสงครามเย็น โดยสายลับอาวุโสอย่าง George Smiley ถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจสำคัญ เขาจะต้องหาตัวสายลับรัสเซียที่แฝงอยู่ในองค์กร แน่นอนว่าบรรยากาสในการสืบสนนั้นช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดระแวง สายลับทุกคนต่างตีหน้าซื่อและเย็นชาใส่กัน แล้วความจริงใครกันนะที่เป็นหนอนบ่อนไส้ ?

Mulholland Dr. (2001)

ใครที่ชอบหนังแนวเบี้ยนๆ บวกกับความสลับซับซ้อนล่ะก็ ก็ต้องหนังเรื่องนี้เลย Mulholland Dr. (2001) ว่ากันด้วยหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ เธอความจำเสื่อม จากนั้นเธอก็ได้แอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้พบกับ Betty Elms หญิงสาวที่พร้อมจะช่วยเธอสืบหาตัวตน บอกเลยว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้จะต้องแยกแยะหน่อย เพราะเขาใช้วิธีการตัดต่อแบบ nonlinear มันจะทำให้เรื่องดูยุ่งเหยิง และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

Gone Baby Gone (2007)

หนังเรื่อง Gone Baby Gone (2007) เป็นผลงานกำกับของ Ben Affleck บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้แหละที่จะทำให้คุณรู้ว่าเขาเป็นผู้กำกับได้ดีพอๆ กับการเป็นนักแสดง โดยหนังเรื่องนี้จะมีเรื่องราวประมาณว่า คู่รักนักสืบคู่หนึ่งถูกจ้างให้ไปตามหาเด็กสาววัย 4 ขวบที่หายไปอย่างร่องรอย โครงเรื่องอาจจะฟังแล้วไม่รู้สึกว้าว แต่คุณต้องไปดูที่วิธีการเล่า โดยการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้คือจะพาผู้ชมไปคลายคำตอบพร้อมๆ กับสร้างปริศนาใหม่ๆ ขึ้นมาไม่รู้จักจบสิ้น น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ

Montage (2013)

เรียกได้ว่าเป็นทั้งหนังสืบสวนสอบสวน และหนังหักมุมชั้นดีเลยแหละสำหรับ Montage (2013) ว่าด้วยมีเด็กผู้หญิงถูกลักพาตัวไปนานถึง 15 ปี ตำรวจก็ยังไม่สามารถตามหาเธอได้จนต้องปิดคดีไป และเมื่อไม่นานนี้เองก็มีคดีลักพาตัวซึ่งเกิดในลักษณะแบบเดียวกันนี้อีก เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องพลิกแพลงจนคนดูตามไม่ทันเลยแหละ ท้ายที่สุดแล้วคนดูก็ต้องเสียน้ำตาให้กับความเจ็บปวดและความสวยงามที่เกิดขึ้น

Mystic River (2003)

Mystic River (2003) เป็นหนังที่เงียบนิ่ง แต่เจ็บลึกถึงใจจริงๆ ว่ากันด้วยชายคนหนึ่งที่ลูกสาวถูกฆาตรกรรมอย่างโหดร้าย เขาเสียใจจนกินกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตำรวจที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาก็ไม่อาจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเริ่มสอบสวนไปเรื่อยๆ พฤติกรรมของคนใกล้ตัวก็ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้น เรื่องราวจะจบลงอย่างไรก็ต้องไปดู

Memories of Murder (2003)

Memories of Murder (2003) ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริง มันเป็นช่วงที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีเมื่อปี 1986-1991 เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวในวันฝนตก โดยกลุ่มนักสืบจะต้องตามหาตัวคนร้ายนี้ เรียกได้ว่า เนื้อหาและบรรยากาศเป็นไปได้อย่างสมจริงเลยแหละ ไม่เขร่งขรึมตึงเครียดเกินไป

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ใหม่

 

Categories
Uncategorized

หนังผี สุดสยอง จากเรื่องจริง อย่างงี้ แบบหน้ากลัวกับเรา movie24h.com

The Exorcism

เรื่องของอันเนลิส สุดสยอง เด็กสาวชาวเยอรมันอายุ 16 ปี ที่จู่ๆเธอก็มีอาการเหมือนกับคนถูกผีเข้า ทั้งทำร้ายตัวเองสารพัด พึมพำภาษาประหลาด หยาบคาย กินแมลง หรือแม้กระทั่งคลานอยู่ใต้โต๊ะแล้วเห่าหอนอยู่สองวันเต็ม กรีดร้องไม่รู้จักเหนื่อยนานนับชั่วโมง ร้องไห้ ด้วยร่างกายเธอทรุดโทรมลงมาก พ่อแม่เธอจึงไปขอร้องบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์ กับหลวงพ่อโจเซฟ เรนซ์มาทำพิธีไล่ผี ที่แสนจะยากลำบาก เพราะอยู่ดีๆเธอก็มีแรงมหาศาล กระโดดไปสูงผิดปกติ จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง เพราะร่างกายของเธอขาดน้ำ และอาหารมาเป็นเวลานาน

Audrey Rose

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวของแฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ เนื่องจากลูกของเขาที่ชื่อว่า เรย์มอนด์ ลูกชายอายุ 6 ขวบของเขา ที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกๆโดยที่ตัวเองไม่มีความสามารถด้านนั้นมาก่อน เช่นการเล่นเปียโน ทางครอบครัวจึงได้ไปปรึกษาคนทรง และได้ความว่าลูกของเขากลับชาติมาเกิด และคนนั้นก็ยังคงสิงอยู่ในร่างของลูกเขาอยู่ตลอดเวลา

มหาลัยสยองขวัญ (ศาลในห้องน้ำหญิง)

มาถึงคิวของหนังไทยที่น่ากลัวไม่แพ้กัน กับเรื่องเล่าในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ณ ห้องน้ำ ชั้น 5 ตึก A คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ว่ากันว่า มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่วันหนึ่งฝ่ายชายได้บอกเลิก ฝ่ายหญิงทำใจไม่ได้เลยคิดสั้น ตัดสินใจผูกคอตายในห้องน้ำหญิงของตึกนี้ ตั้งแต่นั้นมาที่ตึกนี้ก็มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะที่ชั้น 5 มักจะได้ยินเสียงแปลกๆ หรือเห็นเงาคนเดิน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ไม่พบอะไร บ้างก็เล่าว่าหากใครไปเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงเหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ หรือหากส่องกระจกก็จะเห็นผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลัง สร้างความหวาดผวาให้กับบรรดานักศึกษาที่ต้องทำงานในตึกนี้เป็นอันมาก ทางคณะจึงได้มีการตั้งศาลเพียงตาขึ้นในห้องน้ำ เพื่อให้ดวงวิญญาณได้มีที่อยู่

An American Haunting

เรื่องนี้ สุดสยอง เกิดจากตำนานของแม่มดเบลล์ ที่ถูกเล่าขานมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 1820 ว่ากันว่า จอนห์น เบลล์ ชายที่พูดไม่ได้ เพราะถูกมือลึกลับมาจับที่หน้าหลายๆครั้ง และเสียชีวิตในที่สุดจากการกินยาพิษจากฝีมือของแม่มด แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะผู้ที่ไปร่วมงานศพของเขาได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาตามลม และพิธียังถูกรบกวนด้วยอะไรแปลกๆ โดยเบตซี่ เบลล์ ลูกสาวคนสุดท้องเล่าว่า บ้านของพวกเขามักจะมีเสียงการตี หรือการกัดอยู่ทั้งในและนอกบ้านเสมอ!!

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ hd

Categories
Uncategorized

6 หนังภาคต่อ “ห่วยที่สุด” ตลอดกาล ที่มีแค่ภาคแรกก็เกินพอแล้ว

Cruise Control (1997)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 94%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 164 / 350 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sandra Bullock, Jason Patric, Willem Dafoe, Temuera Morrison
ผู้กำกับภาคต่อ: Jan de Bont (Speed, Twister, The Haunting, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเป็นหนังฮิตระเบิด ติดท็อปหนังดังของ Keanu Reeves และ Sandra Bullock และถ้าดูจากคะแนนวิจารณ์ก็สูงขนาด 94% ไม่แปลกที่ภาคต่อจะตามมาและยังได้ทั้งนางเอกและผู้กำกับจากภาคแรกกลับมา ขาดก็แต่เพียง Reeves ที่ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของหนังแอ็กชันเรื่องนี้ ซึ่งไม่ตามมากับภาค 2 ที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่ แค่เปลี่ยนสถานการณ์จากบนรถบัสมาเป็นเรือหรู และได้พระเอกที่ไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย ทำให้คะแนนของหนังจากอีก 6 % จะร้อย เหลือแค่ 4% และรายได้หล่นลงกว่าครึ่ง แบบนี้ให้คนจำแค่ว่ามีภาคเดียวก็น่าจะดีกว่า

The Whole Ten Yards (2003)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 45%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 26 / 106 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Bruce Willis, Matthew Perry, Amanda Peet, Kevin Pollak
ผู้กำกับภาคต่อ: Howard Deutch (Grumpier Old Men, The Replacements, The Great Outdoors, My Best Friend’s Girl)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: เอาเข้าจริง ๆ หนังภาคแรกที่เกี่ยวข้องกับมือปืนผู้มาหลบซ่อนตัวและมีเพื่อนบ้านเข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีคำวิจารณ์ที่ดีเด่นอะไร (จนขนาดที่ควรจะมีภาค 2 ตามออกมา) แต่ก็เป็นไปได้ว่าค่ายหนังอาจอยากลองเสี่ยงกับพระเอกนักบู๊ที่เล่นหนังตลกได้ดีอย่าง Bruce Willis และพระเอกซีรีส์ Friends ที่ก็ฮิตอยู่หลายปีอย่าง Matthew Perry แต่ความสำเร็จแม้แต่ในระดับเดิมทั้งคุณภาพและการทำเงินก็ไม่ได้กลับมา แถมรายได้ยังหล่นหายไปกว่า 3 ใน 4 และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของหนัง ปิดโอกาสที่จะมีภาค The Whole Eleven Yards ให้ได้อึดกันอีกสักสิบเอ็ดหลา

Basic Instinct 2 (2006)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 53%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 38 / 352 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sharon Stone, Hugh Dancy, David Thewlis, Charlotte Rampling
ผู้กำกับภาคต่อ: Michael Caton-Jones (The Jackal, Scandal, This Boy’s Life, Rob Roy)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกออกฉายปี 1992 ก็ไม่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีเท่าไรนัก แต่ความฉาวของเรื่องราว และความแซ่บของนักแสดงสาวสวยเป๊ะในเวลานั้นอย่าง Sharon Stone รวมไปถึงท่านั่งไขว้ขาในตำนานก็ทำให้หนังฮิตระเบิดและเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดังที่สุดของเธอ 14 ปีให้หลัง ภาค 2 ก็ตามมา โดยไม่มีใครกลับมาเลยนอกจาก Stone และท่าไขว้ขาของเธอ ซึ่งก็ต้องยองรับว่าด้วยความที่หนังไม่มีอะไรใหม่ และ Stone ก็หมดมนต์ขลังทั้งความสาวและความสวยลงไปเยอะ หนังที่มาในรสชาติเดิมในยุคใหม่ที่คนดูไปสนใจหนังแนวอื่นกันเยอะแล้ว คุณภาพก็หล่น รายได้ก็หล่นตาม

Son of the Mask (2005)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 77%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 59 / 351 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Alan Cumming, Damon Herriman, Kal Penn, Bob Hoskins
ผู้กำกับภาคต่อ: Lawrence Guterman (Cats & Dogs, Antz)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเมื่อปี 1994 คือหนังที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเป็นอันดับสองในเครดิตของ Jim Carrey ที่ 352 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลก (เป็นรองแค่ Bruce Almighty (2003)) และแจ้งเกิดนางเอกสาว Cameron Diaz ภาคต่อใช้เวลาถึง 11 ปี โดยไม่มีทีมงานหลักและนักแสดงคนไหนกลับมาเลย นอกจากไอเดียมนุษย์สวมหน้ากากแล้วกลายเป็นไอ้หน้าเขียวตัวฮา ซึ่งเพราะการไม่มีนักแสดงดังและทีมงานที่มือถึงมาคุมงานสร้าง ก็ทำให้หนังสะเปะสะปะและดูไม่สนุกเอาเลยทั้งเรื่อง จนดูเป็นหนังเกรดบีที่เหมาะจะลงโฮมวิดีโอในสมัยนั้น (หรือสตรีมมิงในสมัยนี้) มากกว่า

The Next Karate Kid (1994)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 88%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 15 / 91 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Hilary Swank, Michael Ironside, Pat Morita, Constance Towers
ผู้กำกับภาคต่อ: Christopher Cain (Young Guns, Gone Fishin’, The Principal)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกนั้นเป็นหนังฮิตระดับตำนานในการเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างการต่อสู้ของญี่ปุ่นและวิถีชีวิตของเด็กอเมริกัน ออกฉายในปี 1984 และทำรายได้รวมทั่วโลกไป 91 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 8 ล้านเหรียญฯ จึงมีภาคต่อตามออกมา ภาค 2 ในปี 1986 ภาค 3 ในปี 1989 ซึ่งคะแนนของคุณภาพหนังก็ลดต่ำลงเรื่อย แต่ไม่หนักเท่าภาค 4 ที่ได้ Hilary Swanks นักแสดงรางวัลออสการ์ที่ยังวัยรุ่นอยู่ในตอนที่เล่นมารับบท คะแนนความนิยมต่ำเตี้ยเหลือ 7% เป็นเพราะเสน่ห์ที่จางหายและการซ้ำรอยภาคเดิม ๆ ย่อมทำให้คนดูเบื่อ หนังมีฉบับรีเมกเป็นหนังฮิตอีกครั้งในปี 2010 ในชื่อ The Karate Kid นำแสดงโดย Jaden Smith และเฉินหลง โดยได้ผู้กำกับภาคแรกปี 1984 กลับมา และทวงคืนคุณภาพได้ที่คะแนน 66

I Still Know What You Did Last Summer (1998)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 42%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 40 / 125 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Jennifer Love Hewitt, Freddie Prinze Jr., John Hawkes, Brandy Norwood
ผู้กำกับภาคต่อ: Danny Cannon (Judge Dredd, Phoenix, Goal! The Dream Begins)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: หนังสยองขวัญวัยรุ่นภาคต่อที่เป็นของฮิตในยุคสมัยนั้นที่จะมีทั้งหนังวัยรุ่นสยองขวัญแบบน่ากลัวอย่างแฟรนไชส์ Scream (1996-2011) ทั้ง 4 ภาค และแบบฮา ๆ อย่างแฟรนไชส์ Scary Movie (2000-2013) ทั้ง 5 ภาค และหนังก็ได้นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังของยุคอย่าง Jennifer Love Hewitt และ Freddie Prinze Jr. มารับบท ด้วยความที่ภาคแรกนั้นเป็นความสดใหม่ของหนังสยองขวัญ แต่พอภาค 2 ที่ไม่ใหม่แล้วรวมถึงหนังก็แทบจะซ้ำรอยเดิมไม่มีอะไรให้ได้ลุ้นกันใหม่ การสร้างภาค 2 แบบตามมาติด ๆ จากภาคแรกแค่ปีเดียว จึงดูเป็นการสร้างแบบสุกเอาเผากินเพื่อจะมาโกยรายได้มากกว่าเน้นคุณภาพ ซึ่งเมื่อคุณภาพตก รายได้ก็ตกไปกว่า 2 ใน 3 ต่อมาปี 2006 ที่มีภาค 3 ออกมาที่ไม่มีเนื้อเรื่องหรือนักแสดงเกี่ยวข้องกับภาคแรก ถึงขนาดได้คะแนนวิจารณ์ 0% กันเลยทีเดียว (ก็ยังจะกล้าสร้าง)

Little Fockers (2010)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 9% / 84%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 310 / 330 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Robert De Niro, Ben Stiller, Owen Wilson, Dustin Hoffman, Barbra Streisand, Laura Dern, Jessica Alba, Kevin Hart
ผู้กำกับภาคต่อ: Paul Weitz (American Pie, About a Boy, In Good Company, Being Flynn)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: 2 ภาคแรกเป็นความสำเร็จของหนังพ่อตาลูกเขยจอมแสบที่ป่วนกันจนเกิดความชุลมุนยุ่งเหยิงกันไปหมด Meet the Parents ออกฉายในปี 2000 และภาค 2 Meet the Fockers ออกฉายปี 2004 กลายเป็นหนังฮิตทำรายได้สูงสุดของแฟรนไชส์ (ทำรายได้รวมทั่วโลก 522 ล้านเหรียญฯ) ทั้งสองภาคกำกับโดย Jay Roach เจ้าพ่อหนังตลกที่เคยกำกับ Austin Powers มาแล้วทุกภาค และเพิ่งพลิกกับมาทำหนังดรามาตลกร้ายอย่าง Bombshell เมื่อปีที่ผ่านมา ค่ายหนังจึงดันภาค 3 ตามมาในปี 2010 แต่เปลี่ยนผู้กำกับ ความชุลมุนยุ่งเหยิงในเรื่องลดลงแต่สำหรับคนดูนั้นเพิ่มมากขึ้น จากการที่มีตัวละครเยอะไปหมด และมุกตลกในเรื่องจากเดิมที่เป็นมุกตลกสถานการณ์ดันกลายมาเป็นมุกชวนแหยให้คนดูส่ายหน้าเสียมากกว่า แต่หนังก็ยังทำรายได้เยอะพอ ๆ กับภาคแรกที่ค่ายหนังก็คงได้เงินตามที่อยากได้อยู่ดี

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Categories
Uncategorized

ดูหนังออนไลน์ พากย์ไทย เต็มเรื่อง ดูหนังใหม่ฟรี ดู หนังฟรี

ดูหนังออนไลน์ พากย์ไทย Pieces of a Woman เศษเสี้ยวหัวใจหญิง ภาพยนตร์แนวดราม่าสะเทือนอารมณ์ กำกับโดย กอร์เนล มุนดรักโซ (จาก White God) จากบทภาพยนตร์ของ Kata Wéber นำแสดงโดย วาเนสซ่า เคอร์บี้, ไชอา เลอบัฟ,เอลเลน เบอร์สตีน, มอลลี่ พาร์กเกอร์ และซาร่า สนุค ดัดแปลงจากละครเวทีที่ทั้งคู่เคยร่วมกันเขียนในชื่อเดียวกัน โดยได้ มาร์ติน สกอร์เซซี เจ้าพ่อภาพยนตร์รางวัลมากมายนั่งแท่นเป็น ผู้อำนวยการสร้าง และได้ฮาวเวิร์ด ชอร์ มือประพันธ์เพลงประกอบชั้นเยี่ยมมาทำดนตรีบรรเลงให้ ซึ่งหลังจากเปิดตัวฉายที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสประจำปีครั้งที่ 77 ในเดือนกันยาปีก่อน และฉายในโรงภาพยนตร์ที่จำกัดฉายเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม เน็ตฟลิกซ์ได้ทำการซื้อมาลง เรียกได้ว่าผมที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ข่าวออกปีก่อน ดีใจมาก ๆ ที่จะได้เห็นหนังขายการแสดงเต็มรูปแบบอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือผู้กำกับคนนี้คือผู้กำกับสายรางวัลที่พาหนังหลายเรื่องของตัวเองไปเวทีเทศกาลภาพยนตร์มาแล้ว เราจะได้เห็นบทบาทการแสดงของ วาเนสซ่า เคอร์บี้ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่ผ่านงานมามากมาย ตั้งแต่ เดอะ คราวน์ ซีรีส์เรื่องฉาวคนชั้นสูง ภาพยนตร์แนวสายลับจารกรรมอย่างเร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ และมิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์ มาคราวนี้เธอต้องสวมบทเป็นแม่คนที่ต้องพบเจอกับมรสุมชีวิตทั้งจากภายนอกและคนในครอบครัวที่ถาโถมใส่เธอ มาพร้อมด้วย ไชอา เลอบัฟ นักแสดงเจ้าบทบาทที่เล่นบทไหนเป็นได้ดิ่งไปกับบทตลอด ได้มาประชันบทของหัวหน้าครอบครัวผู้ต้องการเศษเสี้ยวของความรักที่หลงเหลืออยู่ พร้อมด้วยนักแสดงสายรางวัลที่ขนกันมาอย่างขับคั่ง ภาพยนตร์ได้รับกระแสคำวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้นหลามในแง่ของบทบาทการแสดงของทั้งคู่ ทำให้เคอร์บี้คว้ารางวัล Volpi Cup for Best Actress นักแสดงหญิงดีเด่นของเทศกาลเวนิซมาได้ในที่สุด จนนักวิจารณ์กล้าบอกได้ว่าเธออาจจะได้เข้าชิงในออสการ์ในปีหน้าเลยทีเดียว แต่มันจะขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ แต่เอาเข้าจริง ๆ ปีก่อนก็แทบไม่มีหนังอะไร เพราะอย่างที่รู้ว่าหนังเลื่อนฉายไปหลายเรื่องเลย เพราะฉะนั้นการที่หนังได้มาฉายในปีนี้ อาจทำให้เราได้เห็นบทพิสูจน์ของเธอตามที่นักวิจารณ์บอกไว้ก็ได้

“เมื่อคู่รักแห่งเมืองบอสตันอย่าง มาร์ธากับฌอน ปรารถนาที่จะมีลูกเพื่อให้ได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในวันที่นางผดุงครรภ์มาทำคลอดให้เธอ ตั้งแต่นั้นรอยร้าวคำว่าครอบครัวก็เริ่มแตกปริเมื่อมาร์ธ่าเริ่มตีตัวห่างจากครอบครัว ทั้งกับสามีและแม่ของเธอ อลิซาเบธ ที่พยายามบงการชีวิต และอารมณ์ของเธอที่ผันแปรจากใจที่แตกสลายจากการทำคดีร่วมกับทนายความหญิงอย่าง ซูซาน ในการเผชิญหน้ากับปัญหาของความสัมพันธ์ มาร์ธ่ายังค้นพบว่าเธอต้องใจแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่คนเป็นผู้หญิงจะต้องเจอ การประคับประคองชีวิตคู่ที่ยากขึ้นทุกที”

หนังเล่าเรื่องเพียงแค่ 10 นาทีที่ชีวิตทุกคนดูปกติที่สุดราวกับเป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหาอะไรให้กังวล แต่เราทุกคนรู้ว่าหนังจะพาเราไปถึงจุดที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงยังไง หากเราเป็นตัวละครในเรื่องเราไม่มีวันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เช่นกันที่หนังค่อย ๆ ปูเรื่องความธรรมดาให้ดูน่าสงสัย ทุกคนพากันยินดีที่เธอจะมีลูก ใคร ๆ ต่างก็พากันคาดหวังว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวที่ดี ปมที่ค่อย ๆ ปูเข้ามาจากตัวละคร ที่ยังไม่ได้ปรากฏในเรื่อง ก่อนที่จะตู้มใส่แบบไม่มียั้งอย่างน่าอึดอัด

โดยเฉพาะฉากสำคัญของเรื่องนั่นคือ ฉากการคลอดลูกที่มีการถ่ายแบบไม่มีข้ามขั้นตอน เราได้เห็นสีหน้าของตัวละครในสถานการณ์ที่กำลังจะเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลาย ก่อนจะตัดข้ามมาที่เหตุการณ์หลังจากนั้นหนังก็พาเราไปสำรวจชีวิตของผู้หญิงคนนี้ที่ต้องแบกรับ เราได้เห็นอารมณ์ที่เหวี่ยงไปมา ตั้งแต่เฉยชา เสียใจ เกรี้ยวกราด ไปจนถึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย ของคนเป็นแม่ ที่สับสนและวกวนกับความสูญเสียที่ตัวเองได้พบเจออย่างไม่ได้เตรียมใจไว้ มันไม่แปลกเลยที่เธอจะทำตัวน่ารำคาญ โทษโน่นโทษนี่ไปหมด เพราะเราไม่ได้เห็นว่าเธอเจอกับอะไรอยู่ภายในจิตใจของตัวเอง การสูญเสียลูก มันเจ็บปวดมากจริง ๆ สำหรับผู้หญิง

ชีวิตทุกคนในเรื่องแตกระแหงกันไปหมด ยิ่งดูยิ่งเห็นใจตัวละคร โดยเฉพาะ ตัวละครที่แบกรับทุกอย่างอย่างมาร์ธ่าที่ต้องเจอเรื่องที่ทำให้ตัวเองไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่คนอื่นก็ให้ความหวังดี แต่มันก็ทำให้เธออึดอัดจนแทบไม่อยากรับมันเอาไว้ ผสานด้วยอารมณ์ที่หนักอึ้ง ไม่มีฉากไหนที่เรารู้สึกเห็นเศษเสี้ยวแม้แต่ความสุขเลยจนกระทั่งจบลง ราวกับว่ามันหายไปพร้อมกับฉากสำคัญในเรื่อง และมันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บไม่แพ้กับมาร์ธ่าที่สูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตผู้หญิงคนนึงเลย

เธอต้องนึกถึงเหตุการณ์แย่ ๆ และถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ฌอนเมื่อเจอความเปลี่ยนแปลงของภรรยาเขาก็เริ่มทำสิ่งที่ค่อย ๆ แยกพวกเขาออกจากกัน เพราะความใจสลายที่สูญเสียไป หรือแม่ของเธอก็อยากให้เธอเข้มแข็งแม้เธอไม่ต้องการ กลายเป็นว่าเธอผลักไสทุกคนออกไป ครอบครัวจึงไม่ใช่พื้นที่ที่เธอสามารถอยู่กับมันได้ในตอนที่ตัวเองกำลังมีจิตใจสั่นไหว ทุกคนรอบตัวต่างมีปมเป็นของตัวเองและมันได้เข้ามาทั้งกระทบ ผลักดัน และดึงเธอกลับมาสู่การเป็นผู้หญิงที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่สามารถใช้ชีวิตได้ก็พอ

ถึงหนังจะมีอารมณ์ที่ดราม่าแต่มันก็ไม่ได้ใส่ความฟูมฟายหรือใส่ฉากซาบซึ้ง แค่คนคุยกันมันก็สื่อออกมาได้แล้วว่าความตึงเครียดของคนมันมาจากเรื่องที่เข้าใจและไม่อาจจะเข้าใจได้ในเวลาเดียวกัน ให้นึกถึงการเดินทางของชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งปีมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างของตัวละครในเรื่อง และเวลาที่ผ่านไปมันให้อะไรกับตัวละครบ้าง ความรัก ความสุข ความเศร้า ความเกลียดชัง การเดินหน้า หรือการถอยหลัง เราจะได้เห็นอะไรแบบนี้ตลอดผ่านบทสนทนา

ซึ่งหนังก็เล่าเรื่องไปอย่างเรียบง่ายไม่ได้ซับซ้อนอะไร มีดนตรีบรรเลงอยู่ในบางฉากที่ต้องใช้การบรรยาย ในขณะที่ฉากสำคัญจะเงียบลง ราวกับมันคือช่วงเวลานั้นจริง ๆ ที่ตัวละครกำลังกระทำให้เราเห็น เวลาจึงเป็นคำตอบของเรื่อง ให้ช่วงตัวอย่าง ในช่วงที่เธอพูดต่อหน้าศาลเรื่องหญิงผดุงครรภ์ที่มาร์ธาได้ระบายความรู้สึกจริง ๆ พร้อมน้ำตา และรอยยิ้มที่เธอได้พูดต่อหน้าแม่ของเธอ หลังปลดเปลื้องความทุกข์ใจของเธอไปจนหมด มันทำให้ผมรู้สึกว่า บางอย่างก็ต้องให้เวลากับมันเยียวยาทุกสิ่ง

ต้องชื่นชม วาเนสซ่า เคอร์บี้ที่ทำให้เราได้เห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมและเป็นธรรมชาติ ของผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่คน เธอใช้ทุกอารมณ์ในการแสดงและมันทำให้เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่พยายามดิ้นรนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ฉากที่เธอแววตานิ่งแต่น้ำตาไหลออกมาทุกครั้งคือเราเห็นความโศกเศร้าและอาดูรของเธอ ฉากที่สุดคือฉากที่เธอต้องแสดงเป็นคนคลอดลูกแบบสมจริง เล่นเอาใครหลายคนคงรู้สึกกระอั่กกระอ่วนแน่ ๆ ถ้าได้ดู เพราะเธอแสดงได้สมบทบาทมากมีการไล่อารมณ์ความตื่นเต้น

ความเจ็บปวด จนถึงสภาวะเสียใจ ในขณะที่ไชอา เลอบัฟ บทของเขาอาจจะไม่ค่อยได้แสดงอะไรมาก แต่ก็ได้ระเบิดอารมณ์ของคนเป็นสามีที่สูญเสียลูกและความรัก ความตื่นเต้นจากภรรยา มีทั้งร้องไห้ แสดงออกอย่างเกลียดชัง แต่อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เอลเลน เบอร์สตีน ไม่เสียแรงที่ได้รางวัลออสการ์ เอมมี่ และโทนี่อวอร์ด เล่นน้อยแต่มากจริง ๆ ในบท อลิซาเบธ แม่ของมาร์ธาที่ฉากตอนกลางเรื่อง เธอระบายความอัดอั้นในใจของตัวเองให้มาร์ธา ฉากที่เธอพยายามจะปลอบลูกทั้งน้ำตาคือสุดยอด ทำให้ผมอินได้พอสมควร ร้องไห้นิดนึง 555

Pieces of a Woman หนังสายรางวัลที่มาให้สาวกเน็ตฟลิกซ์ได้ดูการแสดงตั้งแต่ต้นปีเรื่องนี้ ถ้าใครเป็นสายดูหนังผมแนะนำอย่างยิ่ง ถ้าถามว่าภาพรวมของเรื่องมันออกมาดีเยี่ยมมั้ย ก็คงบอกได้ว่า มันดี แต่ไม่ได้เยี่ยม เพราะแม้หนังจะรู้ดีว่ามันเป็นหนังดราม่า แต่มันก็มีจุดที่เรื่องราวไม่ได้ใหม่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะบทมาจากละครเวทีเก่า ดราม่าเชิงปริมาณปมตัวละครใจสลายนี้ ก็ปกติทั่วไปของภาพยนตร์สายรางวัลที่ฉายมาตลอด

ถ้าถามว่าส่วนที่ดีเยี่ยมเลยคงจะเป็นการแสดงของนักแสดง และการถ่ายทำ ดนตรีประกอบที่เอาอยู่ในด้านการสร้างบรรยากาศและค่อย ๆ พาเราไปเดินทางไปพร้อมตัวละคร แต่ถ้าไม่ใช่ชอบสายดราม่าก็แนะนำให้ข้ามไปเถอะ เพราะคุณอาจจะรู้สึกเบื่อหรือหลับก็ได้ เพราะหนังยาวประมาณ 2 ชม. เอาเป็นว่าสายนักวิจารณ์หรือสายดูหนัง เชิญได้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน ดูหนังออนไลน์ พากย์ไทย

สนับสนุนโดย สมัครเล่นบาคาร่า

Categories
Uncategorized

หนัง “ฆาตกรต่อเนื่อง” ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกมาตลอดกาล

Hannibal (2001)

หนัง “ฆาตกรต่อเนื่อง”

ผู้กำกับ: Ridley Scott (Thelma & Louise, All The Money in the World, American Gangster)
นักแสดง: Anthony Hopkins, Julianne Moore, Gary Oldman, Ray Liotta
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: ดร.ฮันนิบาล เล็กเตอร์
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: ก่อนที่ทศวรรษ 2010s ผู้ชมจะได้รู้จักกับซีรีส์ฮิตอย่าง Hannibal (2013-2015) ที่ทำออกมา 3 ซีซันก่อนที่จะยุติการสร้างไป ซึ่งนำแสดงโดย Mads Mikkelsen รับบท ดร.ฮันนิบาล เล็กเตอร์ในวัยหนุ่ม บทนี้เคยเป็นของท่านเซอร์ Anthony Hopkins มาก่อน เรื่องนี้เป็นภาคต่อโดยตรงของ The Silence of the Lambs (1991) ที่ได้ Hopkins กลับมารับบทเดิม แต่เปลี่ยนตัวนางเอกแคลริส สตาร์ริงจาก Jodie Foster มาเป็นนักแสดงออสการ์ Julianne Moore หนังยังคงสร้างจากนิยายขายดีของ Thomas Harris แต่ในภาคนี้ฮันนิบาล เล็กเตอร์ ได้หลุดออกมาจากที่คุมขังและล่าเหยื่อด้วยตัวเอง (ไม่เหมือนภาคอื่น ๆ ที่ตำรวจต้องไปปรึุกษาเขาที่อยู่ในคุก) ฉากแห่งความสยองคือตอนที่ฮันนิบาลกินสมองของตัวละครที่รับบทโดย Ray Liotta ซึ่งถ้าใครได้ดูคงจำได้ติดตา

From Hell (2001)

หนัง “ฆาตกรต่อเนื่อง”

ผู้กำกับ: The Hughes Brothers (The Book of Eli, Alpha)
นักแสดง: Johnny Depp, Heather Graham, Ian Holm
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: แจ็ค เดอะ ริปเปอร์
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนังที่เล่าเรื่องของฆาตกรอันลื่อลันในยุคอดีตของไวต์แชปเพล กรุงลอนดอน ในปี 1888 ประเทศอังกฤษ อย่าง “แจ็ค เดอะ ริปเปอร์” โดยตรง มีนักแสดงนำที่อยู่ในช่วงกำลังดังอย่าง Johnny Depp มารับบทเป็นนักสืบเฟรดเดอริค แอบเบอร์ไลน์ ที่ต้องออกตามล่าฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่สังหารโสเภณีตายไปหลายคน เฟร็ดต้องคทนทุกข์จากการสูญเสียทั้งภรรยาและลูกจนต้องหันไปพึ่งฝิ่น แต่เขาเป็นคนเดียวที่มองออกว่า คดีฆาตกรรมโสเภณี เกิดจากน้ำมือของผู้มีความชำนาญทางการแพทย์ เกินกว่าที่คนฆ่าสัตว์หรือพ่อค้าเนื้อ จะสามารถทำได้ (ตามการสันนิษฐานของตำรวจในเวลานั้น) ชื่อหนัง From Hell คือ คำลงท้ายจดหมายที่เขียนโดย แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่อ้างว่าตนเป็นคนที่อาศัยอยู่ในนรก

The Highwaymen (2019)

หนัง “ฆาตกรต่อเนื่อง”

ผู้กำกับ: John Lee Hancock (The Founder, Saving Mr. Banks, The Blind Side)
นักแสดง: Kevin Costner, Woody Harrelson, Kathy Bates
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: คู่รักนักฆ่า “บอนนี่และไคลด์”
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนัง Netflix เรื่องแรกของผู้กำกับ John Lee Hancock เป็นเรื่องราวการตามล่าฆาตกรคู่รักที่ก่อคดีอาชญากรรมอย่างอุกอาจที่สุดในช่วงปี 1932-1934 “บอนนี่” วัย 19 และ “ไคลด์” วัย 21 ขับรถตระเวนก่อคดีในหลายรัฐ ตั้งแต่เท็กซัส ผ่านโอคลาโฮมา อาร์แคนซอส์ มิสซูรี ไอโอวา และมินเนโซตา ฆ่าตำรวจอย่างอุกอาจโดยการยิงซึ่งหน้ากว่า 13 ศพ ทั้งคู่กลายเป็นผู้มีชื่อเสียง มีแฟนคลับของตัวเอง ก่อนที่ “แฟรงค์ เฮเมอร์” อดีตมือปราบวัยเกษียณที่เน้น “ฆ่าก่อนจับทีหลัง” จะร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมงาน “เมนี่ เกาท์” ไล่จับสองฆาตกร ระหว่างทางพวกเขาต้องพบกับอุปสรรคมากมาย ทั้งการตามรอยที่ยากลำบาก การถูกเตะตัดขาโดยตำรวจรุ่นใหม่ในท้องที่ที่ไม่อยากให้สองรุ่นเก๋าทำงานสำเร็จ หนังทำให้นึกถึง The Untouchables หรือ Public Enemies (2009) ของผู้กำกับ Michael Mann

Red Dragon (2002)

หนัง “ฆาตกรต่อเนื่อง”

ผู้กำกับ: ฺBrett Ratner (Tower Heist, Rush Hour 1-3, X-Men: The Last Stand)
นักแสดง: Anthony Hopkins, Edward Norton, Ralph Fiennes, Philip Seymour Hoffman
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: เดอะ ทูธ แฟรี่ “ไอ้เขี้ยวสยอง”
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนึ่งปีให้หลังจาก Hannibal (2001) ท่านเซอร์ Anthony Hopkins ก็กลับมารับบทเป็น ดร.ฮันนิบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นการกลับมารับบทนี้เป็นหนที่สามและเป็นครั้งสุดท้าย ในเรื่องนั้นไม่ได้ต่อจากหนังปี 2001 แต่เป็นการย้อนอดีตไปเล่าเรื่องก่อน The Silence of the Lambs ซึ่งแน่นอนว่า ดร.ยังคงถูกคุมขังอยู่ (และมีการแปลงโฉมให้ Hopkins หนุ่มกว่าที่เป็นจริง) ตัวละครหลักของเรื่องเป็นอีกหนึ่งตัวละครดังในนิยายของ Thomas Harris อย่าง FBI “วิล แกรแฮม” (รับบทโดย Edward Norton) ที่ต้องมาตามสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสยองของ “ไอ้เขี้ยวสยอง” (รับบทโดย Ralph Fiennes) ซึ่งรูปแบบของการก่อเหตุคล้ายกับที่ ดร.ฮันนิบาล เคยก่อไว้ นิยาย Red Dragon เคยถูกทำเป็นภาพยนตร์มาแล้วในชื่อ Manhunter (1986) กำกับโดย Michael Mann (Heat, Collateral, Public Enemies) ซึ่งได้นักแสดงอย่าง Brian Cox มารับบทเป็น ดร.ฮันนิบาล เล็กเตอร์ แต่ฉบับนั้นไม่ค่อยโด่งดังมากนัก

Monster (2003)

ผู้กำกับ: ฺPatty Jenkins (Wonder Woman 1-2)
นักแสดง: Charlize Theron, Christina Ricci, Bruce Dern
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: ไอลีน วอร์นอตส์
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนังที่ทำให้นักแสดงอย่าง Charlize Theron คว้ารางวัลออสการ์นำหญิงยอดเยี่ยม จากบทของฆาตกรต่อเนื่องสนองตัณหาชื่อว่า “ไอลีน” เมื่ออายุ 15 เธอหนีออกจากบ้านกลายมาเป็นโสเภณีจนอายุ ได้ 24 เธอแต่งงานกับนักธุรกิจวัยกลางคน แต่แล้วเธอกลับถูกสามีคนนั้นทำร้ายร่างกายจนต้องแยกทางกัน ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการที่เธอผันตัวเองมาเป็นฆาตกร ในปี 1989 ไอลีนเริ่มก่อคดีโดยการใช้ปืนยิงเหยื่อในระยะใกล้ เหยื่อทุกคนล้วนเป็นผู้ชายที่มีคดีข่มขืนติดตัวทั้งสิ้น เธอและไทเรีย มัวร์ เพื่อนสาวใช้วิธีการโบกรถในเวลากลางคืนก่อนลงมือจัดการสำเร็จโทษ เหยื่อสังหารของเธอมีจำนวนทั้งหมด 7 ราย เธอถูกจับกุมในที่สุดและถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2002

American Psycho (2000)

ผู้กำกับ: Marry Harron (Alias Grace, The Notorious Bettie Page)
นักแสดง: Christian Bale, Justin Theroux, Reese Witherspoon, Jared Leto, Willem Dafoe
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: แพทริค เบทแมน
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: แจ้งเกิดดารานำชายที่กลายเป็นนักแสดงสุดยอดฝีมือคนหนึ่งของวงการไปแล้วในวันนี้อย่าง Christian Bale (The Dark Knight Trilogy, Ford v Ferrari) รับบทนำเป็นฆาตกรในหนังสยองขวัญ “แพทริค แบทแมน” ชายหนุ่มผู้บริหารที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง แต่เขาก็ยังไม่พอใจและกระหายที่จะออกล่าเหยื่อเป็นไฮโซที่มีชีวิตที่สวยหรูกว่าเขา หนังเสียดสีสังคมระบบทุนนิยมและโลกของคนรวยที่ต้องมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในหมู่ไฮโซนักธุรกิจเพื่อให้ได้เป็นผู้อยู่บนสุดของพีระมิดชนชั้นผู้ดี หนังมีตอนจบชวนให้คนดูกลับไปคิดต่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังนั้น เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงแค่ภาพในมโนสำนึกของแพทริคกันแน่ ในปี 2011 เคยมีความพยายามจะรีเมกภาพยนตร์เรื่องนี้แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้ยังคงเป็น American Psycho ในภาคนี้ที่เป็นภาคล่าสุดสุดสยองอยู่จนถึงปัจจุบัน

Saw (2004)

ผู้กำกับ: James Wan (The Conjuring 1-2, Aquaman, Fast & Furious 7)
นักแสดง: Cary Elwes, Leigh Whannell, Danny Glover
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: จิ๊กซอว์
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: อีกหนึ่งหนังสยองขวัญทุนต่ำที่ประสบความสำเร็จสูงแห่งยุค 2000s (หนังฟันกำไรทั่วโลกไป 103 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 1 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น) มีภาคต่อและภาคแยกตามออกมาอีกทุกปีจนถึงปี 2010 รวมทั้งหมดแล้ว 8 ภาคด้วยกัน รวมถึงหนังก็ยังแจ้งเกิดให้กับผู้กำกับที่ทำหนังบล็อคบัสเตอร์ดัง ๆ มากมายในทุกวันนี้อย่าง James Wan ด้วย นอกจากความโหดและความสยองที่จัดมาให้คนดูได้เห็นภาพชวนแหวะกันอย่างเต็มพิกัดแล้ว เอกลักษณ์อีกอย่างของแฟรนไชส์นี้ ก็คือการลำดับเรื่องที่เป็นเสมือนการเล่นต่อจิ๊กซอว์ หนังเล่าเรื่องของตัวละครเอกเป็นชายแก่ผู้ประสบกับความทุกข์ระทมจากชะตาชีวิตและพยายามฆ่าตัวตาย แต่เขาก็รอดชีวิต และยังได้เรียนรู้ที่จะแจกจ่ายคุณค่าความหมายของชีวิตให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า ด้วยการจับมาเข้าเครื่องเชือดสุดสยองขวัญไล่เรียงกันไปในแต่ละภาค

Zodiac (2007)

ผู้กำกับ: David Fincher (Gone Girl, Mindhunter, The Social Network, The Game, SE7EN)
นักแสดง: Jake Gyllenhaal, Robert Downey Jr., Mark Ruffalo, Brian Cox
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง:
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนังนักฆ่าจักรราศีเรื่องนี้ ที่เป็นการรวมดาวนักแสดงในตอนที่ยังไม่กลับมาดังมากของ Robert Downey Jr. หนัง Zodiac สร้างจากเรื่องจริงของการตามล่าฆาตรกรที่ลงมือฆ่าต่อเนื่องอย่างโหดร้ายในเขตซานฟรานซิสโก ช่วงปี 1960-1970 เขาลงมืออย่างชาญฉลาด โดยที่ทั้งตำรวจและนักสืบต่างตามความคิดไม่ทัน จนกระทั่งนักเขียนการ์ตูนในหนังสือพิมพ์คนหนึ่งสามารถถอดรหัสวิธีการฆ่าของฆาตกรรายนี้ได้ ช่วงเวลาในหนังกว่า 20 ปีได้บอกเล่าเรื่องราวตามจริงจนถึงบทสรุปว่า จนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถตามจับฆาตกรรายนี้ที่สร้างความโด่งดังให้ตัวเองด้วยการส่งจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ถึงเหตุฆาตกรรมของเขากว่า 37 ราย (ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า มีเหยื่อที่เกิดจาก Zodiac จริง ๆ 7 ราย รอดชีวิตมาได้ 2 ราย) เขายังส่งจดหมายมาถึงสำนักพิมพ์จนช่วงปี 1974 มีทั้งเขียนมาบอกด้วยว่า The Exorcist (1973) เป็นหนังผีที่ดีที่สุดของเขา หลังจากไม่สามารถปิดคดีและหาตัวผู้ต้องสงสัยได้ คดีก็ปิดตายลงในปี 2004

SE7EN (1995)

ผู้กำกับ: David Fincher (Gone Girl, Mindhunter, The Social Network, The Game, Zodiac)
นักแสดง: Morgan Freeman, Brad Pitt, Kevin Spacey, Gwyneth Paltrow
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: จอห์น โด
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนังจากเจ้าพ่อผู้กำกับแห่งโลกอาชญากร David Fincher อีกเรื่อง กลายเป็นงานคัลท์ที่เด็กที่สนใจศาสตร์ภาพยนตร์ต้องหามาดู (โดยเฉพาะกับฉากกล่องใบนั้นในตอนจบ!) หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับ คดีฆาตกรรมวิปริตโดยฆาตกรต่อเนื่องจะไล่ฆ่าเหยื่อตามบาป 7 ข้อของศาสนาคริสต์ ตำรวจนักสืบที่กำลังจะเกษียณอย่างซอเมอร์เซ็ท ต้องร่วมมือกับตำรวจนักสืบมือใหม่ไฟแรงอย่างเดวิด มิลส์จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งเขามีภรรยาใกล้คลอด แต่ตกเป็นเป้าของคนร้ายด้วย แม้จะไม่มีการกล่าวถึงโดยตรงแต่เชื่อกันว่า บทบาทฆาตกรได้รับแรงบันดาลใจมาจากฆาตกร David Berkowitz เจ้าของฉายา “Son of Sam” ที่อ้างว่าได้ยินเสียงจากนรกบงการให้ฆ่าคน หนังมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ Morgan Freeman ในบทของตำรวจที่สุขุม ตรงกันข้ามกับ Brad Pitt ที่เป็นตำรวจเลือดร้อน เขาต้องปะทำกับฆาตกรเลือดเย็นอย่างจอห์น โด ที่รับบทไว้อย่างยอดเยี่ยมโดย Kevin Spacey ซึ่งเขาได้ตกลงกับ Fincher ไม่ให้ใช้ชื่อของเขา (ที่กำลังดังมาจาก The Usual Suspects (1995)) ในการโปรโมตหนัง เพื่อให้ผู้ชมได้มาเซอร์ไพรส์และโฟกัสที่บทนี้ตอนชมจริง ๆ มากกว่า

The Silence of the Lambs (1991)

ผู้กำกับ: Jonathan Demme (Philadelphia, The Manchurian Candidate, Rachel Getting Married)
นักแสดง: Jodie Foster, Anthony Hopkins, Scott Glenn
ใครคือฆาตกรต่อเนื่อง: บัฟฟาโล บิลล์
ทำไมหนังถึงฮิต/สนุก: หนังฆาตกรต่อเนื่องที่กวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 5 ตัว ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ทั้งหมดตั้งแต่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทยอดเยี่ยม นักแสดงนำชาย Anthony Hopkins (จากการปรากฏตัวในเรื่องแค่ 24 นาที) นักแสดงนำหญิง Jodie Foster นี่คือการขึ้นจอครั้งแรกของ Hopkins ในบทบาทของ ดร.ฮันนิบาล ที่ถูกคุมขังและต้องให้การช่วยเหลือแคลริส สตาร์ริง FBI สาวที่กำลังไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องนามว่า “บัฟฟาโล บิลล์” ซึ่ง Thomas Harris ผู้เขียนนิยายได้รับแรงบันดาลใจมาจากฆาตกรในโลกแห่งความจริงอย่าง Ed Gein (ฆ่าแล้วถลกหนังเหยื่อ) Gary Heidnik (ขังเหยื่อไว้ในหลุมชั้นใต้ดินในบ้าน) และ Ted Bundy (แสร้งว่าบาดเจ็บและใส่เฝือกเก๊ๆ เพื่อลวงผู้หญิงซึ่งกำลังสงสารเขาให้มาขึ้นรถตู้) ความยอดเยี่ยมของหนังคือ ความเป็นหนังจิตวิทยาสืบสวนสอบสวน ไล่ล่าฆาตกรที่สมจริง นิยายเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาเรื่องราวของ Robert Keppel ศาสตราจารย์ด้านอาชญวิทยา มหาวิยาลัยวอชิงตัน กับ Ted Bundy ฆาตกรต่อเนื่องผู้อื้อฉาว ซึ่ง Bundy ช่วยหาตัวคนร้ายคดีฆ่าต่อเนื่องที่แม่น้ำกรีนในวอชิงตัน และฆาตกรก็ถูกจับกุมได้ในปี 2003 โดยสารภาพว่าฆ่าคนไปทั้งสิ้น 48 ศพ ก่อนหน้านี้ Sean Connery และ Michelle Pfeiffer เกือบจะได้มานำแสดงในบท ดร.ฮันนิบาล และแคลริส สตาร์ริง

ดูหนังใหม่ออนไลน์

Categories
Uncategorized

10 อันดับ หนังน่าดู ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ปี 2021

Elf (2003)

หนังน่าดู ในคืนก่อนวันคริสต์มาส บัดดี้ (วิล เฟอร์เรล) เด็กทารกจากบ้านเด็กกำพร้าได้คลานเข้าไปในถุงของเล่นของซานต้าครอส เขาจึงถูกนำกลับไปยังที่ทำงานของซานต้าตั้งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือจนเติบโตขึ้น เพราะเขาตัวโตกว่าคนอื่นๆ ถึง 3 เท่าจนรู้สึกว่าตนไม่เหมาะกับการอยู่ในโลกของเอล์ฟอีกต่อไป

เมื่อเขารู้ว่า วอลเตอร์ ฮ็อบส์ (เจมส์ คานน์) ผู้บริหารของบริษัทสำนักพิมพ์รายใหญ่ คือพ่อและครอบครัวที่เขาออกตามหา ในโอกาสวันหยุดฮอลลิเดย์อันใกล้เข้ามาถึงนี้ที่ บัดดี้จะต้องเอาชนะใจครอบครัวด้วยทีเด็ดแบบเอล์ฟ พร้อมกับการรักษาคริสต์มาสให้อยู่กับมหานครนิวยอร์คและโลกต่อไปอีกครั้ง

A Christmas Story’ (1983)

ราฟ เด็กชายอายุ 9 ขวบ มีสิ่งหนึ่งที่เขานั้นอยากได้ นั่นก็คือ ปืน Red Ryder Range 200 Shot BB gun ราฟฟี่ได้พยายามที่จะขอคุณพ่อคุณแม่เพื่อเป็นของขวัญในวันคริสต์มาส แต่แม่ของเขาปฏิเสธทันที เพราะ BB gun เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับดวงตาของเจ้าหนูราฟ

เมื่อคุณครูของเขาสั่งการบ้านให้คิดธีมสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ราฟเห็นโอกาสทองที่จะได้นำเสนอเหตุผลที่เขาอยากได้ปืนนี้มาครอบครอง แต่เขากลับได้คะแนน C+ มา และคุณครูก็ให้เหตุผลเดียวกับแม่ของเขา เจ้าหนูราฟจึงต้องหันไปพึ่งคุณซานต้า เอ แล้วคุณซานต้าจะทำให้ความปรารถนาของราฟฟี่สมหวังหรือไม่

Home Alone (1990)

เควิน (แม็คคอเล่ย์ คัลกิ้น) กลายเป็นวีรบุรุษประจำบ้านเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อเขาถูกทอดทิ้งให้อยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง เนื่องจากทุกคนในบ้านต่างกระตือรือร้นในการไปเที่ยวในช่วงวันหยุดคริสต์มาส เมื่ออยู่ตามลำพังแล้ว เควินได้จัดการแต่งบ้านเสียใหม่ เพื่อฉลองเทศกาลให้กับตัวเอง โดยมีโจรซื่อบื้อ 2 นาย พยายามที่จะเข้ามาขโมยของภายในบ้าน โดยไม่รู้อนาคตของตัวเอง ในที่สุดโจรทั้งสองก็ต้องมาตกหลุมที่หนุ่มน้อยเควินได้ขุดล่อเอาไว้

 

Bridget Jones’s Diary (2001)

หลังจากที่เจอชายแสนดีเพอร์เฟคที่สุดในโลกจนได้ ซึ่งหาเป็นใครอื่นนอกจากทนายความหนุ่มสุดเท่ มาร์ค ดาร์ซี่ (โคลิน เฟิร์ธ) สาวโสดอายุประมาณ 30 ต้น ๆ นามว่า บริดเจ็ท โจนส์ (เรเน่ เซลวีเกอร์) ต้องเผชิญกับอุปสรรคใหม่ที่ยากและโหดร้าย นั่นคือ การครองรักให้ได้นานที่สุด แต่เมื่อเธอได้พบกับแขกไม่ได้รับเชิญ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าผู้เนื้อหอม แดเนียล คลีฟเวอร์ (ฮิวจ์ แกรนท์) บริดเจ็ท ต้องเข้าไปพัวพันกับความรักอันสุดชุลมุนวุ่นวาย ที่ผสมด้วยคำแนะนำที่ไม่ได้เรื่อง

การเข้าใจผิด และความโชคร้ายอื่น ๆ อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นเฉพาะกับเธอเท่านั้น จากสถานการณ์ที่ชวนให้เขินและกระอักกระอ่วนได้สุดยอด สามารถนำพาไปสู่การเข้าใจกันในแบบโรแมนติกสุดเคลิ้มได้ในที่สุด

How the Grinch Stole Christmas (2000)

บนภูเขาสูงครัมพิทซึ่งปกคลุมด้วยหิมะ อยู่ทางเหนือของเมือง เจ้ากรินช์ (จิม แคร์รี่ย์) ตัวอารมณ์ร้ายจอมตืดที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ดำรงชีพด้วยน้ำผักกาด, น้ำมันละหุ่ง และนมบูด กำลังมองลงมาที่ชาวบ้านฮูส์ แห่งหมู่บ้านฮูวิลล์ ซึ่งรักเทศกาลคริสตมาส และกำลังเตรียมฉลองเทศกาลนี้กันอย่างสนุกสนาน มันมองดูด้วยความรู้สึกอารมณ์เสีย จนกลายเป็นบูด แล้วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก เพราะมันคิดแผนการณ์ชั่วร้ายได้ ราวกับมีดวงสว่างขึ้นในความคิดของมัน

ความคิดที่วิเศษและน่ากลัว เจ้าตัวนี้นั้นไม่ธรรมดา มันทั้งร้ายกาจ มีเจตนาร้าย ซุกซน เจ้าเล่ห์ ขี้โกง คดในข้องอในกระดูก ขี้โมโห ชอบสร้างปัญหา อารมณ์ร้าย ใจร้าย หยาบคาย สุดทน เกินจะแก้ไข กลิ่นเหม็น แล้วก็ไม่ใช่กริ้นช์ที่ดี ! แล้วเจ้ากริ้นช์ตัวนี้ก็ไม่ชอบเห็นคนมีความสุขซะด้วยสิ

Last Christmas (2019)

Last Christmas ลาสต์ คริสต์มาส เรื่องย่อ เอมิเลีย คลาร์ก (Game of Thrones), เฮนรี่ โกลดิ้ง (A Simple Favor, Crazy Rich Asians), มิเชลล์ โหย่ว และเอ็มม่า ธอมป์สัน ร่วมแสดงใน Last Christmas ภาพยนตร์กำกับโดย พอล ฟีก (A Simple Favor, Spy, Bridesmaids) ภาพยนตร์โรแมนติคคอเมดี้เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงของจอร์จ ไมเคิล ภาพยนตร์เขียนบทโดยเอ็มม่า ธอมป์สัน (Sense and Sensibility, Bridget Jones’s Baby) และไบรโอนี่ คิมมิงส์ เคท (เอมิเลีย คลาร์ก) แต่งตัวรุ่มร่ามอยู่ในชุดเอลฟ์ เธอทำงานอยู่ในร้านขายของคริสต์มาสต์ในลอนดอน กำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่ในชีวิต และทอม (เฮนรี่ โกลดิ้ง) ชายหนุ่มที่ดูดีเกินจริงได้เข้ามาในชีวิตเธอและพาเธอก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิต และลอนดอนก็เข้าสู่ช่วงมหัศจรรย์ของปี บางครั้ง คุณก็เพียงแค่ปล่อยให้หิมะตกไป ฟังเสียงของหัวใจ และมีศรัทธา Last Christmas มีเพลงของจอร์จ ไมเคิลในภาพยนตร์ รวมถึงเพลงชื่อเดียวกับภาพยนตร์ นอกจากนี้ ยังมีเพลงของจอร์จ ไมเคิล ที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมา จอร์จ ไมเคิล คือศิลปินระดับตำนานที่เคยได้รับรางวัลแกรมมี่ มียอดขายอัลบั้มมากกว่า 115 ล้านอัลบั้ม มีเพลงขึ้นอันดับ 1 ถึง 10 เพลง ภาพยนตร์อำนวยการสร้างโดย เดวิด ลิฟวิงสโตน จากคาลามิตี้ฟิล์มส์, เอ็มม่า ธอมป์สัน, พอล ฟีก และเจสซี่ เฮนเดอร์สัน จากฟีกโค เอนเตอร์เทนเมนท์ ภาพยนตร์บริหารงานสร้างโดย ซาร่าห์ แบรดชอว์

Holidate (2020)

เรื่องราวของหนุ่มสาวแปลกหน้าที่เอือมระอากับการแบกสถานะโสดช่วงวันหยุดเทศกาล ตกลงจะควงกันไปฉลองตลอดปี แต่เรื่องหัวใจดันห้ามกันไม่ได้น่ะสิ ทำให้ทั้งสองนั้นตกหลุมรักกันในที่สุด

Christmas Chronicles (2018)

หลังก่อเหตุจนทำให้รถเลื่อนของซานต้าพังเสียหายแบบไม่ตั้งใจ สองพี่น้องจึงต้องทำภารกิจข้ามคืนเพื่อกอบกู้เทศกาลคริสต์มาสร่วมกับเซนต์นิโคลัสผู้รอบรู้และเถรตรง

The Nightmare Before Christmas (1993)

เป็นเรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลว่าแต่ละเทศกาลจะมีเมืองเป็นของตัวเอง โดยคราวนี้ แจ็ค หัวหน้าเมืองฮาโลวีนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับเทศกาลของตัวเอง เขาจึงพยายามยึดเทศกาลคริสต์มาสจากซานตาคลอส เพื่อมาเป็นเทศกาลของตัวเอง เรื่องราวความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น

Santa Buddies (2009)

หนังน่าดู เรื่องราวของเหล่าแก๊งค์น้องหมาพูดได้ กับการผจญภัยสุดฮาที่จะพาเด็กๆ ไปตะลุยแดนแห่งมนตราของขั่วโลกเหนือ ซึ่งมีจุดหักมุมสุดซึ้ง เมื่อ พัพพี่ พอว์ ลูกชายสุดเฮี้ยวของ ซานต้า พอว์ หลงลืมความหมายที่แท้จริงของเทศกาลแห่งความสุขครั้งนี้ ก็มีแต่แก๊งค์บัดดี้เท่านั้นที่ช่วยเตือนว่าเทศกาลคริสต์มาสกำลังจะมาถึงและเป็นเทศกาลแห่งการแบ่งปันความสุขอีกด้วย

movie24h