Categories
สถาปนิก

บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง

บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ
บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ

บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง หรือที่เรียกว่างานสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิก จะเป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐาน ก่อสร้างของอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่ใช้สอยของอาคารนั้น รวมถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างนั้น สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ ซึ่งคล้ายกับการทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น
หน้าที่ของสถาปนิกกับโครงการก่อสร้างในยุคปัจจุบันEdit

ในรูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สถาปนิกจะทำสัญญากับเจ้าของโครงการ(Owner) โดยรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้าง ผ่านทางการออกแบบ(Building Design) และการทำแเบบก่อสร้าง(Construction Document) สถาปนิกจะมีที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำในเรื่องเทคนิคระดับซับซ้อนคือ วิศวกร ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงเกี่ยวกับการก่อสร้าง

โดยทั่วไปสำหรับโครงการขนาดกลาง วิศวกรเหล่านี้จะประกอบด้วย วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer) วิศวกรโยธา (Civil Engineer) วิศวกรไฟฟ้า (Electrical Engineer) วิศวกรประปา (Plumbing Engineer) และ วิศวกรเครื่องกล (Mechanical Engineer) นอกจากนี้อาจจะมีที่ปรึกษาอื่นๆที่สำคัญ เช่น มัณฑนากร(Interior Designer) และ ภูมิสถาปนิก (Landscape Architect)เป็นต้น

นักวิชาชีพทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ผ่านการประสานงานของสถาปนิก ซึ่งเป็นผู้นำของทีม (Team Leader)และผู้ติดต่อประสานงานระหว่างทีม(Coordinator)เพราะที่ปรึกษาอื่นๆ จะไม่มีใครเข้าใจภาพรวมของโครงการเท่าสถาปนิก

ด้วยสาเหตุของความเข้าใจในโครงการที่มากกว่าสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ทำให้สถาปนิกเป็นผู้ที่ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงในการทำโครงการ นักวิชาชีพในทีมคนอื่นๆ ที่ต้องการติดต่อกับเจ้าของมักจะทำผ่านสถาปนิก หรือในบางกรณีสถาปนิกจะไม่อนุญาตให้สมาชิกในทีมคนอื่นๆ ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงเลย เพราะจะเป็นการเกิดความสับสนในระบบการประสานงานและปฏิบัติการ

ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาการว่าจ้างกับสถาปนิก สถาปนิกจะมีสถาณภาพเป็นผู้นำของทีมออกแบบ (Leader) แต่ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาโดยตรงกับเจ้าของ สถาปนิกจะมีสภาณภาพเป็นผู้ประสานงาน (Coordinator) โดยส่วนใหญ่สถาปนิกจะทำสัญญาว่าจ้างกับนักวิชาชีพเหล่านี้เพื่อจะได้เกิดการควบคุมคุณภาพและสั่งการโครงการได้สะดวก แต่ในบางกรณี สถาปนิกอาจจะต้องการหลีกเลี่ยงการทำสัญญากับนักวิชาชีพเหล่านี้ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการที่ใหญ่เป็นพิเศษที่สถาปนิกต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก อาจเกิดความเสี่ยงต่อการรับผิดชอบความเสียหาย (Liability)มากจนไม่คุ้มกับค่าบริการวิชาชีพที่จะได้รับ สถาปนิกจะแนะนำให้เจ้าของโครงการทำสัญญาโดยตรงกับนักวิชาชีพเหล่านั้น

อีกด้านหนึ่ง เจ้าของโครงการ (Owner) จะทำสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง (Contractor) เพื่อให้ทำการก่อสร้าง ตามแบบก่อสร้าง (Construction Documents)และ รายการประกอบแบบ (Specification) ที่สถาปนิกและทีมผู้ช่วยทั้งหลายได้ทำการออกแบบ

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิกEdit

สถาปนิกจะทำการบริการวิชาชีพตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ออกแบบเบื้องต้น (Schematic Design)
2. ออกแบบรายละเอียด (Design Development หรือ DD)
3. ทำแบบก่อสร้าง (Construction Document)
4. การประมูลและเจรจาต่อรอง (Bidding and Negotiation)
5. บริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration)

ในบางโครงการ อาจจะมีการเข้าไปรับงานเป็นทีม โดยเจ้าของทำสัญญากับทีมก่อสร้างเพียงสัญญาเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก และ ที่ปรึกษาอื่นๆ รวมตัวกันเป็นหนึ่ง โดยการทำสัญญาโดยตรงนี้ จะเรียกว่า เป็นการบริการแบบ ดีไซน์บิลด์ (Design Build)

ขอบเขตงานของสถาปนิกEdit

สถาปนิกในปัจจุบันได้มีการขยายขอบเขตการประกอบวิชาชีพไปในหลายๆ ด้านที่เป็นแนวทางเฉพาะ เช่น

1. งานด้านออกแบบ (Design)
2. งานด้านการบริหารโครงการ (Construction Management)
3. งานด้านการบริหารการใช้พลังงานในอาคาร (Building Energy Management)
4. งานด้านการออกแบบการให้แสง (Lighting Design)
5. งานด้านบริหารจัดการอาคาร (Facility Management)
6. งานด้านอนุรักษ์ (Preservation)
7. งานตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร (Building Inspection) สถาปนิก

Categories
สถาปนิก

How is an architect different from an engineer? Why does an architect

How
How

How is an architect different from an engineer? Why does an architect to design a house The confusion between the construction profession for outsiders always arises. In the environment of our home Where talking about a profession in media such as movies or dramas They often do not have much knowledge and understanding in various professional fields, and very few news and documentaries about professions or figures in construction. Until it makes little knowledge about the two professions in the public

It is no surprise that I, an architect, have been asked how much steel bars should be put in the beams. And I have heard that people will find engineers to design their homes for themselves.

Indeed, if explained in a concise and simple manner, architects are responsible for designing the appearance and functionality of the buildings, while the engineer (related to construction) is responsible for designing and calculating the building structure. Including electrical systems, drainage systems, etc., which are quite a bit involved in calculating numbers.

But the part that confuses people outside the industry is the feeling that … Oh, when the house has only columns, beams, pipes, water, and wires as this happens as a building as a house. Only an engineer can use his knowledge and ability to calculate bricks, limestone, sand, iron. Designed to be a home here …

In fact, this understanding is both yes and no. Because, in fact, anyone is familiar with dwelling and can think of designing their own imaginary dwelling. So it looks like As long as you have experience in calculating the columns, beams, floors, it will not collapse, the rest, anyone should be able to design their own house. This is especially true for people who have experience with home and construction. Which if the requirements are not complicated The house you want is similar to the general house. (Often a small house), I must say that May not be necessary to use an architect or we are enough to be an amateur architect. In this case, even the law has stipulations that seem to agree. General residential buildings that are not larger than 150 square meters or agricultural buildings with an area of ​​no more than 400 square meters do not require an architect to sign the design and supervise the work in applying for a construction permit.

But the problem is not over. Because many people think Even if it is a house larger than 150 square meters, it doesn’t have to be an architect anyway. Just a kosher engineer It should be able to design … Especially if we don’t care about the appearance of the building (Because it is clear to yourself what kind of house we like) and think that the function of the house just wants to be like a general house, and what are the benefits of an architect?

Must explain that because each piece of land Each environment They are different in terms of direction and usage in relation to the environment. Like a dream house Or the type of house that we went to There is a bedroom on the left side of the house. But if our land faces the land to the south It will become a bedroom, we are full of west, so “maybe” should not use this house type with this big land, etc.

Including building law matters Taking into account the overall budget In which architects can come in to give advice and help design this part. And another important thing is Architects will be able to communicate to us about the home that will be completed to the whole family in advance by presenting them in different formats, including perspective making, drawing, modeling, explaining the advantages, disadvantages and options. Everyone who participates in the house to understand together. No need to frustrate and frustrate when the construction has been made. (In other words, it is an opportunity to frustrate each other before investing in the actual construction), which for those who have had experience in building a house would know better. All of the above factors Is an important part of the investment when building a house.

Not all of them mean that engineers cannot design a good house. Because with personal care and attention It may be good as well. However, the profession of architect is a profession that has been studied directly and therefore has more knowledge, abilities and responsibilities for home design. (And it is a legal obligation of a particular profession as well In which other people who have not passed the formal education cannot come to sign, design or supervise the work on their behalf) Importantly, the architect will be able to talk, coordinate and help use the skills of engineers and contractors. To make the design of the house designed to be fulfilled Where each party will be able to use their professional abilities สถาปนิก

Categories
สถาปนิก

สถาปนิกต่างกับวิศวกรอย่างไร? ทำไมต้องให้สถาปนิกออกแบบบ้าน ไม่ใช่วิศวกร?

How
สถาปนิกต่างกับวิศวกรอย่างไร?

สถาปนิกต่างกับวิศวกรอย่างไร? ทำไมต้องให้สถาปนิกออกแบบบ้าน เรื่องความสับสนระหว่างวิชาชีพเกี่ยวกับการก่อสร้างสำหรับคนนอกวงการมักเกิดขึ้นได้เสมอ ในสภาพแวดล้อมของบ้านเรา ที่การพูดถึงวิชาชีพในสื่อเช่นหนังหรือละคร มักไม่ได้พ่วงความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ สักเท่าไหร่ รวมถึงข่าวและสารคดีที่พูดถึงวิชาชีพหรือบุคคลสำคัญในแวดวงการก่อสร้างก็มีน้อยมาก จนทำให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพทั้งสองในสาธารณะช่างน้อยนิด

ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ผมเองซึ่งเป็นสถาปนิกจะเคยโดนถามว่าควรจะใส่เหล็กเส้นขนาดไหนดีในคาน และเคยได้ยินว่ามีคนจะหาวิศวกรมาออกแบบบ้านให้ตัวเอง

อันที่จริงถ้าอธิบายให้กระชับและเข้าใจง่ายๆ ก็คือ สถาปนิก มีหน้าที่ออกแบบรูปร่าง หน้าตา และการใช้สอยของอาคารบ้านเรือน ส่วนวิศวกร (สาขาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง) มีหน้าที่ออกแบบคำนวณเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร รวมถึงระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ฯลฯ ต่าง ๆ ซึ่งค่อนข้างจะมีเรื่องการคำนวณตัวเลขมาเกี่ยวข้องมากหน่อย

แต่ส่วนที่ทำให้ผู้คนนอกวงการสับสนก็คือความรู้สึกที่ว่า… อ้าว ก็ในเมื่อบ้านมันก็มีแค่เสา คาน ท่อน้ำ สายไฟ เท่านี้ก็เกิดขึ้นเป็นตึกเป็นบ้านได้ แล้วแค่วิศวกรเท่านั้นก็สามารถจะใช้ความรู้ความสามารถคำนวณอิฐหินปูนทรายเหล็ก ออกแบบขึ้นมาให้เป็นบ้านได้นี่…

ที่จริงความเข้าใจนี้ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ เพราะอันที่จริง ใคร ๆ ก็คุ้นเคยกับที่อยู่อาศัยและคิดออกแบบที่อยู่อาศัยของตัวเองในจินตนาการได้ จึงดูเหมือนว่า ขอแค่มีประสบการณ์ในการคำนวณให้เสาคานพื้นมันไม่ถล่มลงมา ที่เหลือใคร ๆ ก็น่าจะออกแบบบ้านตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านและการก่อสร้าง ซึ่งถ้าความต้องการไม่ซับซ้อน บ้านที่ต้องการคล้าย ๆ กับบ้านทั่วไป (มักเป็นบ้านที่มีขนาดเล็ก) ก็ต้องบอกตามตรงว่า อาจไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้สถาปนิก หรือเรา ๆ ท่าน ๆ ก็พอจะเป็นสถาปนิกมือสมัครเล่นได้ ซึ่งในกรณีนี้แม้แต่กฎหมายก็มีข้อกำหนดที่ดูเหมือนจะเห็นด้วยอยู่กลาย ๆ ด้วยการกำหนดให้ อาคารพักอาศัยทั่วไปที่มีขนาดไม่เกิน 150 ตารางเมตร หรืออาคารเกี่ยวกับการเกษตรที่มีพื้นที่ไม่เกิน 400 ตารางเมตร ไม่ต้องใช้สถาปนิกในการเซ็นแบบออกแบบและควบคุมงานในการขออนุญาตก่อสร้าง

แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะหลายคนคิดว่า ถึงเป็นบ้านใหญ่กว่า 150 ตร.ม. ก็ไม่เห็นจะต้องใช้สถาปนิกอยู่ดี แค่วิศวกรเพียวๆ ก็น่าจะออกแบบได้… โดยเฉพาะถ้าเราโนสนโนแคร์เรื่องรูปร่างหน้าตาอาคาร (เพราะชัดเจนอยู่กับตัวแล้วว่าเราชอบแบบไหน) และคิดว่าเรื่องการใช้สอยของบ้านก็แค่อยากได้เหมือนบ้านทั่ว ๆ ไป แล้วสถาปนิกยังจะมีประโยชน์อะไรนอกเหนือจากนี้อีกเล่า…

ก็ต้องอธิบายว่าเพราะที่ดินแต่ละผืน สภาพแวดล้อมแต่ละที่ ล้วนมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านทิศทางและการคำนึงถึงการใช้งานให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เช่นบ้านในฝัน หรือแบบบ้านที่เราไปหามา มีห้องนอนอยู่ทางซ้ายของบ้าน แต่หากที่ดินของเราหันหน้าที่ดินไปทางทิศใต้ ก็จะกลายเป็นห้องนอนเราโดนทิศตะวันตกไปเต็มๆ จึง “อาจจะ” ไม่ควรใช้แบบบ้านนี้กับที่ดินผืนนี้โต้ง ๆ เป็นต้น

รวมถึงยังมีเรื่องกฎหมายอาคาร การคำนึงถึงงบประมาณในภาพรวม ซึ่งสถาปนิกจะเข้ามาให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบในส่วนนี้ได้ และอีกอย่างที่สำคัญคือ สถาปนิกจะสามารถสื่อสารให้เราเห็นถึงบ้านที่จะสร้างเสร็จให้กับทุกคนในครอบครัวได้ล่วงหน้าผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทำภาพ Perspective, เขียนแบบ, ทำโมเดล ประกอบคำอธิบายข้อดีข้อเสียและทางเลือกให้ทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมในบ้านให้เข้าใจร่วมกัน ไม่ต้องไปขัดเคืองขัดใจเอาตอนเมื่อลงมือสร้างไปแล้ว (พูดอีกแบบก็คือเปิดโอกาสให้ขัดเคืองขัดใจกันตั้งแต่ก่อนจะลงทุนก่อสร้างจริง) ซึ่งสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างบ้านย่อมรู้ดีกว่า ปัจจัยทั้งหมดข้างต้น มีส่วนสำคัญต่อการลงทุนลงเวลาสร้างบ้านขนาดไหน

ที่ว่ามาทั้งหมดมิได้หมายความว่าวิศวกรจะออกแบบบ้านที่ดีไม่ได้นะครับ เพราะด้วยความใส่ใจและสนใจส่วนบุคคล ก็อาจจะทำได้ดีได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าวิชาชีพสถาปนิกเป็นวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาโดยตรง จึงมีความรู้ ความสามารถ และภาระหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบบ้านได้ครบเครื่องกว่า (และเป็นภาระหน้าที่ทางกฎหมายของวิชาชีพเฉพาะด้วย ซึ่งผู้อื่นที่ไม่ได้ผ่านการร่ำเรียนตามระบบมาจะมาเซ็นออกแบบหรือควบคุมงานแทนไม่ได้) ที่สำคัญ สถาปนิกนี่แหละครับ ที่จะคอยคุย ประสานงานและช่วยใช้ความสามารถของวิศวกรและผู้รับเหมา มาทำให้แบบบ้านที่ออกแบบไว้เป็นจริงได้ลุล่วง โดยแต่ละฝ่ายก็จะได้ใช้ความสามารถตามวิชาชีพกันไป สถาปนิก

 

Categories
สถาปนิก

5 Steps to Professional Service of Architects Complete construction

5 Steps
5 Steps

5 Steps to Professional Service of Architects Complete construction company Today we take part in the service process.

Initial sketch design

The architect will bring the concept to the design. And floor plans in use That have been approved to speak with customers To develop into a simple sketch In order to make an imaginary guest Or just imagine how all the designs would turn out The architect will present a Sketch, Perspective or Model as appropriate for each work.

Design Development

Is the development of the draft Into the detailed design stage After finishing the concept design presentation period, we will get a draft of the production section, usually consisting of a La-out plan and a floor plan. Various including the range and materials of the house And preliminary system work, Section cut-off of the house to show the vertical distance of the house, Elevation side figure showing the shape of the building. Both distance and material Including the lighting and shadows of the building Perspective is a 3D image used in various perspectives.

Construction drawings

After concluding the draft together The designer will take the details of the design during the Design Develop to make it a construction permit request. With the content of the form requesting a construction permit Make a note to inform the government agencies understand that This house has a strong and safe structure. Taking into account the neighborhood safety and the safety of the users themselves. Including not disturbing Or deprive the rights of others And public benefit

Bidding and Negotiation

Is the process of making a design for construction bidding Or clarify the construction price This is very important! Because it is useful for homeowners to assess the overall working picture of the construction company. With relevant documents:

TOR (Term of reference) A term and an agreement for the contractor to impart scope of work. Working time Procedures and contracts

Construction drawings with assembly list All construction drawings That is included in the construction of a building contract. “The accompanying list means the specified text and description. To control the quality of materials

BOQ estimates the price from the designer. It is a bill of materials and expenses. Which was issued by the house designer or contractor It shows details of the category of work that must be done in the construction project and what materials will be used. How much quantity? How much price? And how much is the labor for handling that material?

Construction management

During construction, we clearly defined in TOR from the beginning that the process What must be the construction? Whether it is a matter of Construction safety standards Work plan, installment disbursement and bank guarantee, the contractor must strictly follow the agreement. The important thing that the contractor must do is Various construction reports Have an agenda Minutes of the meeting Material approval document All of this must be made into a daily report – weekly report – monthly report, during which the architect will examine the meeting and coordinate according to the complexity of the work. To make the construction work according to the drawings

 

All of the above mentioned are only part of Q-Con Home’s service. We are a construction company that has been trusted by our customers. And has operated the business for the 10th anniversary by creating works of design and construction in the Phetchaburi area, Hua Hin, Prachuap Khiri Khan And the southern zone more than 50 units based on the highest satisfaction to our customers. We define our work as a house. “CUSTOM DESIGN” is a house that is specially designed to meet the needs of each customer. สถาปนิก

Categories
สถาปนิก

สถาปนิกคือใคร เลือกที่จะออกแบบตกแต่งภายในบ้านด้วยตัวเอง

สถาปนิกคือใคร
สถาปนิกคือใคร

สถาปนิกคือใคร สถาปนิกหรือมัณฑนากร คือผู้ที่มีความรู้ที่ถูกต้องและถูกหลักในงานออกแบบ ในงานตกแต่ง และท้ายที่สุดก็คืองานก่อสร้าง นอกจากสถาปนิกเป็นผู้ออกแบบแล้ว ยังเป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของบ้านกับช่างทำบ้านอีกด้วย โอ้ยไม่มีเงินจ้างหรอกออกแบบเองนี่แหละ ไม่ต้องเสียค่าออกแบบด้วย : มันก็จริงอยู่ ที่จ้างสถาปนิกมาออกแบบบ้าน และต้องจ่ายเงินค่าออกแบบให้เขา แต่เพื่อนๆ ลองคิดตามดูนะคะ บ้านคือที่อยู่อาศัย ไว้พักผ่อนหลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ หลายคนกว่าจะมีบ้านสักหลังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้มา บ้านจึงควรเป็นที่ ที่อยู่แล้วสบายใจ เป็นที่ที่อยู่แล้วตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ หลายคนคิดว่าการออกแบบเอง จะตอบโจทย์ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการออกแบบ การออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องความชอบ แต่เป็นเรื่องของการนำเอาความรู้สึกมาแปลค่าให้เป็นรูปธรรม หรือที่เรียกง่ายๆ คือนำจิตนาการที่สร้างในความคิด ออกมาให้เป็นรูปร่างจริงในบ้านของเรา และที่สำคัญไปกว่านั้นการออกแบบบ้านนอกจากความสวยงามแล้วยังมีเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานอีกด้วย แต่ถ้าเจ้าของบ้าน ที่ไม่มีความรู้เรื่องการออกแบบก็จะออกแบบบ้าน ให้ได้ทั้งสวยในสไตล์ที่อยากได้ และครบทุกฟังก์ชั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเพื่อนๆ จะออกแบบเองไม่ได้นะคะ เพียงแต่ต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลนานหน่อย หาหนังสือ หาตัวอย่างบ้านจากหลากหลายที่ค่ะ การก่อสร้างหรือการตกแต่งก็อาจจะล่าช้าลงกว่าปกติ หรือตกแต่งออกมาอาจจะไม่ใช่อย่างที่วาดฝันไว้ก็เป็นได้ค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆ จ้างสถาปนิกหรือมัณฑนากร เพื่อนๆ ก็จะตัดปัญหาในเรื่องนี้ไปได้ เพราะสถาปนิกเขาได้ศึกษาเรื่องของการออกแบบมาอย่างดีมีความรู้ ความชำนาน และมีประสบการณ์ในการที่จะนำจิตนาการให้ออกมาเป็นรูปร่าง เพราะฉนั้นเพื่อนๆ ลองเปรียบเทียบดูนะคะ ระหว่างค่าออกแบบ กับค่าเสียเวลาและอาจจะต้องเสียค่าซ่อมแซมหลังจากตกแต่งมาแล้วไม่สวยอีกด้วย สถาปนิก