Categories
ข่าวบอล

‘ปีกโบราณ’แห่งทศวรรษ2020

หนึ่งฤดูกาลหลังจาก
หนึ่งฤดูกาลหลังจาก เลสเตอร์ ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก เคลาดิโอ รานิเอรี่ ได้มอบโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตให้กับปีกดาวรุ่งจากทีมเยาวชนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

25 มิถุนายน 2016 คือวันที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เซ็นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกกับ เลสเตอร์

ถึงแม้ซีซั่นแรกร่วมกับทีมชุดใหญ่จะเป็นแค่การซ้อม แต่ก็มีความหมายมากสำหรับเด็กหนุ่มวัย 18 ที่ได้โอกาสซ้อมร่วมกับรุ่นพี่ชื่อดังอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ กับ ริยาด มาห์เรซ
บาร์นส์ ยังคงก้มหน้าก้มตาโชว์ฝีเท้าในทีมชุดยู-23 ที่ในฤดูกาล 2016-17 ทำผลงานได้ดี ยิง 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ในศึกพรีเมียร์ลีก 2 จนท้ายที่สุดโอกาสประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ก็มาถึง
รานิเอรี่ หนีบเอา บาร์นส์ ร่วมทีมขึ้นเครื่องบินไปโปรตุเกส และโอกาสเดียวในฤดูกาลนั้นที่ได้ลงเล่นกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ก็เกิดขึ้นที่สังเวียน เอสตาดิโอ โด ดราเกา เป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้ายที่บุกแพ้ ปอร์โต้ 0-5
ปีกดาวรุ่งหน้าตาละอ่อนถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองช่วงราวๆ 15 นาทีสุดท้าย ในเกมที่ไม่มีความหมายใดๆ แล้ว เพราะ เลสเตอร์ การันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ 16 ทีมสุดท้ายไปก่อนแล้ว
หนึ่งฤดูกาลหลังจาก
นั่นคือความทรงจำเกมเดียวในฤดูกาลแรกในทีมชุดใหญ่ของ เลสเตอร์ เพราะหลังจากนั้น บาร์นส์ ถูกส่งไปชุบตัวกับ มิลตัน คีนส์ ดอนส์ ในลีกวัน ช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
ซีซั่นถัดมา บาร์นส์ ถูกยกระดับขึ้นสู่ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเซ็นสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาลกับ บาร์นสลี่ย์ และมีผลงานที่น่าพอใจจน เลสเตอร์ ต้องเรียกตัวกลับมาในเดือนมกราคม
บาร์นส์ ได้ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีก และลงเล่นไป 3 เกม บวกกับ เอฟเอคัพ อีก 2 เกมในฤดูกาล 2017-18 เป็นขั้นบันไดที่สูงขึ้นไปอีกนิด
ฤดูกาล 2018-19 เลสเตอร์ ขยับโอกาสของ บาร์นส์ ให้เล่นกับทีมที่ใหญ่ขึ้นอีก เป็นการเซ็นสัญญายืมตัวตลอดซีซั่นเช่นกันกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ใน แชมเปี้ยนชิพ
และครั้งนี้เองที่ บาร์นส์ ผลิตผลงานอันน่าทึ่ง 9 ประตูจาก 26 เกมที่ลงเล่นในช่วงครึ่งฤดูกาล จน โคล้ด ปูแอล ต้องเรียกตัวกลับมา และใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ ทันที
ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2019-20 เลสเตอร์ ในยุคของ เบรนดอน ร็อดเจอร์ส วางแผนแล้วที่จะใช้งาน บาร์นส์ อยู่ในแผนการสร้างทีม และสโมสรก็จัดการต่อสัญญาฉบับใหม่ระยะยาว 5 ปี หรือยืดอายุออกไปจนถึงปี 2024
จบฤดูกาลแรกที่มีส่วนร่วมกับ เลสเตอร์ อย่างเต็มตัว บาร์นส์ ลงเล่นไปทั้งหมด 42 เกมรวมทุกรายการ และมี 7 ประตูที่ยิงได้ โดย 6 ประตูเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก
“การเรียนรู้สิ่งต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ ช่วยผมได้มากกับแนวทางที่ผมเล่นอยู่ทุกวันนี้ มีนักเตะตำแหน่งปีกหลายแบบมาก มีทั้งพวกที่เทคนิคแพรวพราว พวกชอบโชว์ทักษะ และไม่ใช่ว่าผมจะทำแบบนั้นไม่ได้”
“แต่ผมคิดว่าผมเป็นปีกโบราณมากกว่า สไตล์พุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเพราะการเรียนรู้การเล่นของผมจากลีกล่างหรือเปล่า แต่ผมคิดว่ามันช่วยได้เยอะ”
อันที่จริงแล้ว ไม่เพียงแค่การไปเล่นกับ เอ็มเค ดอนส์, บาร์นสลี่ย์, เวสต์บรอมวิช แบบยืมตัว แต่ บาร์นส์ ยังได้รับอิทธิพลมาจาก พอล บาร์นส์ ผู้เป็นพ่อ ที่เคยเป็นดาวยิงของหลายสโมสร อาทิ ยอร์ค ซิตี้, เบิร์นลี่ย์, ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส เป็นต้น แต่เป็นการสร้างชื่อในลีกรองทั้งหมด
“การไปเล่นแบบยืมตัว และค่อยๆ ขยับเลื่อนขั้น (จากลีกวันสู่แชมเปี้ยนชิพ) ทำให้คุณรู้สึกเพิ่มความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อคุณได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีก คุณจะทำผลงานได้ดี”
“ผมรู้สึกว่าผมสานต่อผลงานที่ผมเคยทำเอาไว้ ผมมีความเชื่อมั่นเสมอถ้าได้รับโอกาส ผมจะไขว่คว้ามันได้ มันไม่ง่ายเลย คุณทราบดีอยู่แล้วเมื่อคุณเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก คุณไม่เคยเจอกับคู่แข่งที่ง่ายดาย ทุกเกมล้วนเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ และคุณต้องหาวิธีต่างๆ มาปลดล็อกสิ่งนั้น”
“ถ้าผมต้องเลือกคู่แข่งที่ยากที่สุดในการเผชิญหน้าด้วย ผมคงต้องเลือก ไคล์ วอล์คเกอร์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาทั้งเร็วทั้งแข็งแกร่ง เมื่อคุณคิดว่าคุณสลัดหนีออกมาแล้วหรือคุณมีพื้นที่ว่างให้เห็น เขาจะพุ่งมาในเสี้ยววินาที”
ถึงตอนนี้ บาร์นส์ ซัลโวประตูที่ 13 จากการลงเล่นเกมที่ 33 รวมทุกรายการในฤดูกาล 2020-21 และเป็น 9 ประตูในพรีเมียร์ลีกจากการลงเล่น 24 เกม ซึ่งเป็นตัวจริงถึง 21 เกม
บาร์นส์ กลายเป็นตัวหลักในแนวรุกของ ร็อดเจอร์ส ที่ประสานงานร่วมกับ เจมี่ วาร์ดี้ และ เจมส์ แมดดิสัน ซึ่งถือเป็นสามแนวรุกชาวอังกฤษล้วนๆ
และแน่นอนที่สุด เป้าหมายต่อไปของ บาร์นส์ คือการเอาชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต ให้ได้ก่อนประกาศรายชื่อทีมชาติอังกฤษ ชุดยูโร 2020 ในช่วงกลางปี 2021 หลังจากการประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เป็นการลงสำรองในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม เวลส์ 3-0
แต่ บาร์นส์ ก็ทราบดีว่ามีการแข่งขันสูงมากในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือปีกในทีมชาติอังกฤษ และทางเดียวที่จะเข้าตา เซาธ์เกต ให้ได้มากที่สุด นั่นก็คือการยิงประตูและแอสซิสต์ให้ได้เยอะๆ
ถึงตอนนี้ พอล ผู้เป็นพ่อ ได้แต่นั่งอมยิ้มมองดูผลงานของลูกชายอย่างชื่นชม โดยไม่สนใจว่า ฮาร์วี่ย์ จะเล่นในพรีเมียร์ลีก หรือเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ
“ผมมีแต่ความภาคภูมิใจ ถ้า ‘ฮาร์ฟ’ เล่นในลีกทู ผมก็ภูมิใจเหมือนกัน ก็เหมือนกันกับลูกสาวของผมที่เป็นวิศวกรโครงสร้าง” พอล พูดถึงลูกชายที่ลืมตาดูโลกที่เมืองเบิร์นลี่ย์ สมัยที่ตนเองค้าแข้งอยู่ใน เทิร์ฟ มัวร์ เมื่อปี 1997
และเจ้า ฮาร์วี่ย์ ก็ตอบกลับฮีโร่ของตัวเองว่า “ถ้าผมยิงประตูได้มากมายเหมือนอย่างที่พ่อทำ ผมคงจะมีความสุขมาก” แทงบอลออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *