Categories
Uncategorized

หนังงน่าดู moviefree8k 6 เรื่อง ที่พลาดแล้วต้องเสียดาย! อัพเดท 2021

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix lalalandLa La Land : นครดารา หนังงน่าดู Netflix แนว Musical ที่ประทับใจใครต่อใครหลายคนมาแล้ว แถมยังคว้ารางวัลจากออสการ์ไปถึง 6 รางวัลอีก โดยเนื้อเรื่องของหนังนั้น ได้เล่าถึงมีอา ที่มีความฝันอยากจะเป็นดารา ส่วนชายหนุ่ม เซบาสเตียน ที่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี และอยากเป็นเจ้าของคาเฟ่แจ๊สในมหานครแห่งนี้ เมื่อทั้งสองมาเจอกันจึงเกิดเป็นความรักขึ้นมา และได้ออกเดินทางตามความฝัน แต่ก็ต้องเจออุปสรรคอะไรอีกหลายๆ อย่าง เรื่องนี้ภาพสวย เพลงเราะ นักแสดงดี น่าดูมากๆ

Categories
Uncategorized

8 อันดับภาพยนตร์ ที่คะแนนสูงที่สุดในเว็บไซต์ moviefree8k ที่คอหนังไม่ควร

1.Silence ( 2016 )

อันดับภาพยนตร์ หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้เราเชื่อในศาสนาคริสต์หรือไม่เชื่อในศาสนา( Atheism ) แต่อย่างใด เเต่มันมีเเง่มุมที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่างมากกว่านั้นถ้าเราได้เข้าไปผจญภัยกับพวกเขาอย่างเปิดใจ แต่ต้องยอมรับว่า Silence เป็นหนังที่ดูยากเรื่องหนึ่งเพราะมันเต็มไปด้วยภาพที่รุนแรง สะเทือนอารมณ์

นี่เป็นหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเเละอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย คล้าย ๆ กับความรู้สึกเเรกที่เราได้ดู Apocalypse Now หรือ Schindler’s List มันรู้สึกได้ทันทีว่านี่คือหนังที่สำคัญ ที่กำลังส่งผ่านเมสเสจที่ยิ่งใหญ่ของยุคสมัยมาให้แก่เรา

หนังไม่ลังเลที่จะถามเราด้วยคำถามที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกดดันให้เราต้องหาคำตอบให้ได้อย่างไม่ประนีประนอม ว่าทำไมเราต้องมีความเชื่อ , อะไรคือคุณค่าของการมีชีวิต , ความเชื่อของเรานำไปสู่อะไรได้บ้าง , อะไรที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ , เราต้องเเสดงออกในความเชื่อของเราหรือไม่ , ความเชื่อนำพาสันติสุขได้จริงเหรอ หรือความเชื่อนั่นแหละที่ทำให้คนเห็นเเก่ตัวมากขึ้น แล้วอะไรล่ะที่เป็นเส้นแบ่งของความเสียสละกับความเห็นแก่ตัว ฯลฯ

ในขณะเดียวกันหนังก็เหมือนพยายามวัดระดับ “การเปิดใจ” ของเรา และพยายามทำลายความเป็นโรดิเกซ(ตัวละครหลัก)ในตัวเราอยู่ตลอดเวลา ที่มีสภาวะดึงดันยึดมั่นกับความเชื่อของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด

หนังเปิดพื้นที่ให้เราครุ่นคิดตั้งเเต่ต้นจนจบ โดยที่ไม่ชี้นำว่าเราควรจะคิดเเบบไหน นับถือศาสนาอะไร หรือเชื่อในอะไร แต่สิ่งที่เราชื่นชอบที่สุดในหนังคือวิธีการที่ตัวละครใช้สื่อสารกัน พวกเขาจะกระซิบกันเป็นส่วนใหญ่ จนการกระซิบนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบ ที่ยิ่งเงียบเท่าไรก็ดูเหมือนความรู้สึกจะยิ่งส่งเสียงออกมาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

2.Mad Max : Fury Road ( 2015 )

อันดับภาพยนตร์ นี่คือหนังแอคชั่นที่ดึงความ Feminist เข้ามาผสมกับความ Masculinity ได้เร้าใจที่สุดตั้งเเต่ที่เคยมีมา ทั้งยังสามารถสนุกสนาน เมามันสุด ๆกับสิ่งที่หนังได้ใส่เข้ามาหาคนดูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นหนังที่ได้สร้างมาตรฐานหนังแอคชั่นยุคใหม่อย่างเเท้จริง ว่ามันจะต้องมีฉากแอคชั่นระดับไคลแม็กซ์ เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ 5 นาที ดังเช่นที่เกินใน Avenger , John Wick เเต่ยังคงไว้ซึ่งความสำคัญของเนื้อเรื่องเอาไว้อยู่

3.Parasite ( 2019 )

อันดับภาพยนตร์ สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังของบงจุงโฮ คือการที่เขาสามารถหาช่องทางในการใส่มุกตลกเข้าไปในหนังจนได้เเม้ว่าเรื่องราวจะดราม่าเเค่ไหนก็ตาม และก็สามารถแบ่งที่ว่างให้คนดูได้ตีความถึงเมสเสจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างพอดี

หนังเข้าใจการเร้าจังหวะ เร่งหัวใจของคนดู เเละมีการผสมผสานอารมณ์ได้อย่างลงตัว ทั้งความตลกร้าย ความดราม่าเสียดสีสังคม ความสยองขวัญลึกลับ ดูเป็นหนังแมส หนังครอบครัวที่ไม่ดูง่ายจนเกินไป เเต่เข้าถึงง่าย

การที่หนังทำให้ชาวอเมริกัน(ชนชาติที่เกลียดการอ่านซับเป็นที่สุด) ยอมรับหนังเรื่องนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพของหนังได้ดีเลยทีเดียว

4. Inception ( 2010 )

อันดับภาพยนตร์ ถ้าลองหาเส้นมาตรฐานมาหนึ่งเส้นเพื่อเเบ่งว่า หนังเเบบไหนที่มีเพียงฮอลลีวูดทำได้ กับหนังแบบไหนที่ “ไม่ต้อง” ฮอลลีวูดก็ทำได้ Inception คือเส้นแบ่งนั้น มันเป็นงานที่มี Production ยิ่งใหญ่และมีเนื้อหาที่เข้มข้น คือการทำเรื่องเพ้อเจ้อเหนือจินตนาการให้ดูน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ มันเป็น “สิ่งใหม่” ในโลกภาพยนตร์ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังเรื่องอื่น ๆ

5. Poetry ( 2010 )

อันดับภาพยนตร์ เป็นเรื่องราวของหญิงชราที่พบว่าตนเองเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอคือการเรียนเขียนกลอนและเธอก็ทำได้ดี ส่วนหนึ่งทำงานหาเงินในอาชีพที่ไม่ค่อยน่าทำเท่าไร อีกส่วนหนึ่งต้องจัดการกับปัญหาของหลานชายของเธอ ที่เธอกำลังสงสัยว่าเขาได้ทำเรื่องเลวร้ายบางอย่างมา สิ่งที่อีชางดงทำได้เก่งสุด ๆ

คือ เขารู้วิธีดึงเสน่ห์ตัวละครที่มีอดีตอันขมขื่นออกมาได้อย่างงดงาม พร้อมกับการหักมุมด้วยวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการให้เราหักมุมหนังด้วยตัวของเราเอง! และเข้าใจเนื้อหาของเรื่องในส่วนที่ไม่ได้เล่าออกมา! เช่น “ยายคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เขาคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง?” มันเป็นช่องว่างวิเศษที่เหมือนว่ามีเเต่อีชางดงเท่านั้นที่ทำอะไรเเบบนี้ได้ การตกผลึกทางความคิดหลังจากได้ดูหนังของเขาทำให้มาตรฐานในการดูหนังของเราเปลี่ยนไป

6. Incendies ( 2010 )

หนึ่งสิ่งที่เรามักเเอบคาดหวังในการดูหนังที่มีเนื้อหาเข้มข้น ๆ ดิบ ๆ ที่เกี่ยวกับผลกระทบจากสงคราม คือ ตัวเรื่องจะพาเราไปในพื้นที่อันตรายมากเเค่ไหน ลงลึกถึงเพียงใด ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็พาเราไปลึกจริง ๆ เเละรู้สึกเรียลสุด ๆ สะเทือนใจสุด ๆ ถ้าคุณพร้อมที่จะรับมือกับอารมณ์หดหู่บาดลึก มึนเมาในห่วงความคิดเหมือนเพลงของ Radiohead หลอกหลอนในความรู้สึกถึงขั้นรบกวนจิตใจ Incendies เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

7. Manchester by the sea ( 2016 )

Manchester by the Sea คือ ผู้ท้าชิง Oscar ประจำปีนี้ที่น่าจะตามองมากๆ ด้วยการเข้าชิง Oscar ถึง 6 รางวัล และยังได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำมาแล้ว อีกทั้งยังได้รับเสียงชื่นชมจากเทศกาลหนังใหญ่ๆมากมาย ดังนั้น Manchester by the Sea ถือเป็นตัวเก็งที่คอหนังผู้ชื่นชอบหนังรางวัลต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดและพลาดไม่ได้จริงๆ

Manchester by the Sea ได้รับการกำกับและเขียนบทโดย Kenneth Lonergan โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของ Lee Chandler (Casey Affleck) ชายหนุ่มผู้เผชิญความทุกข์อย่างแสนสาหัสมากมายและในครั้งนี้ เขาก็ได้เป็นผู้สูญเสียอีกครั้งในฐานะน้องชายที่ต้องสูญเสียพี่ชาย Joe Chandler (Kyle Chandler) ทำให้เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการงานศพและเป็นดูแลของ Patrick (Lucas Hedges) ลูกชายของโจ หนุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีกับลีนัก

Manchester by the Sea เป็นหนังชีวิตที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งสำหรับผม ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่ค่อนข้าง Real และละเมียดละไมในการเล่า Manchester by the Sea มีแก่นหนังอยู่ที่เรื่อง ‘ ความเจ็บปวดของลี ’ ที่ต้องผ่านการสูญเสียสิ่งต่างๆมากมาย จนแทบเรียกได้ว่าชีวิตไม่เหลืออะไรเลย หนังจะค่อยๆเล่าถึงความเจ็บปวดอย่างละเลียด พิถีพิถัน ให้คนดูค่อยๆสัมผัสถึงความเจ็บปวดต่างๆที่เขาต้องเจอ โดยไม่เค้นดราม่าแบบฟ้าถล่มหรือเล่นที่ความเครียดอย่างหนักๆ สุดท้ายเราก็จะรู้สึกสะเทือนใจไปกับชีวิตของลีและเข้าใจว่าทำไมลีถึงไม่แทบไม่เคยยิ้มและหน้าตาอมทุกข์เลยตลอดทั้งเรื่อง

ในส่วนการดำเนินเรื่อง หนังจะดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ Real และไม่เน้นเค้นอารมณ์มากมาย ค่อยๆปล่อยให้เรื่องราวไหลผ่านผู้ชมไปอย่างช้าๆ แต่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ ในช่วงแรกของหนัง หนังจะดำเนินเรื่องแบบช้าๆ (แต่ไม่น่าเบื่อนะ) ดูชีวิตประจำวันของลี ซึ่งเหมือนจะเพื่อให้เราทำความคุ้นเคยกับลีก่อนว่า เขาเป็นคนนิสัยอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร ทำไมเขาถึงทำตัวแปลกแยกหรือบางทีก็ดูซึมๆตลอดเวลา ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ค่อยๆเฉลยปมหนังทีละจุดในเวลาต่อมา ทั้งเรื่องราวในอดีต ความเจ็บปวดของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอดีตภรรยา ความรักและความผูกพันระหว่างเขาก็พี่ชาย ตัดสลับกับเล่าเรื่องราวปัจจุบันที่เขาต้องจัดการงานศพและจัดการชีวิตหลานชายที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขา

ในขณะที่หนังดำเนินเรื่องด้วยประเด็นที่ค่อนข้างหนัก แต่หนังสามารถทำให้คนดูสะเทือนอารมณ์ได้แบบไม่บีบอัดเกินไป มิหนำซ้ำหนังยังเป็นธรรมชาติมาก ราวกับชีวิตคนจริงๆที่เราตามดูชีวิตเขาว่าเขาจะเป็นอย่างไร ในเรื่องราวที่มีแต่ความทุกข์ก็มีเรื่องตลกแฝงมาด้วย (แต่ในโทนตลกร้าย ตลกหน้าตาย) นอกจากนี้หนังก็ไม่ได้เน้นไปที่เฉพาะตัวลีอย่างเดียว แต่หนังยังผสมผสานเรื่องราวหลายอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งการดำเนินเรื่องผ่านชีวิตของหลานชาย ปัญหาวัยรุ่น ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ของหลาน การแบกรับความทุกข์จากการสูญเสียคนที่พ่อไปอย่างกะทันหัน จนกระทั่งการรับมืออาที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไร หนังจึงไม่ได้ดราม่าอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวส่วนผสมมากมายที่ซับซ้อน มาพร้อมกับอารมณ์ที่หลากหลาย

สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Manchester by the Sea แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ทั้งในแง่เป็นหนังชีวิต หนังครอบครัว หนังปัญหาวัยรุ่นและหนังตลกร้ายในเรื่องเดียว

8. Moonlight ( 2016 )

หนังดีดีHD เกิดเป็นคนผิวดำในครอบครัวจนๆ ว่ายากแล้ว ลองเป็นคนผิวดำ ยากจนและเป็นเกย์ด้วยสิ จะยากสักแค่ไหน

นั่นคือไอเดียหลักคร่าวๆ ของ Moonlight หนังดราม่าที่คว้ารางวัล “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” บนเวที “ออสการ์ 2017” มาครองได้สำเร็จ หลังจากได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (หนังดราม่า) จากเวที “ลูกโลกทองคำ” และกวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที

(จนถึงปัจจุบันกว่า 130 รางวัล) ติดอันดับหนังแห่งปีของสมาคมนักวิจารณ์ทั่วโลก รวมถึงตัวผู้กำกับ “แบร์รี่ เจนกิ้นส์” ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับผิวดำคนแรกที่ได้รางวัล “ผู้กำกับยอดเยี่ยม” จาก National Board of Review (สถาบันนักวิจารณ์แห่งชาติอเมริกา)

Moonlight ดัดแปลงมาจากบทละครของ ทาเรลล์ อัลวิน แม็คเครนี่ย์ (เรื่อง In Moonlight Black Boys Look Blue) เล่าเรื่องราวชีวิตของ ชีรอน เด็กหนุ่มผิวดำคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนกับชีวิตที่เติบโตมาพร้อมกับการถูกรังแก สังคมอันธพาลและยาเสพติด

ในขณะที่ความรู้สึกส่วนลึก เขาไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังคิดเกินเลยกับเพื่อนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก

แบร์รี่ เจนกิ้นส์ ผู้กำกับวัย 37 ปี เลือกที่จะเล่า Moonlight โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา และใช้นักแสดง 3 คนมารับบทเดียวกันในแต่ละวัย

อเล็กซ์ ฮิบเบิร์ต รับบท ชีรอนในวัยเด็ก, แอชตัน แซนเดอร์ส รับบท ชีรอนตอนวัยรุ่น และ เทรวานเท โร้ดส์ รับบท ชีรอนตอนโต

แม้ดูเผินๆ Moonlight จะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนัก แต่เจนกิ้นส์เลือกที่จะเล่าออกมาในโทนที่นุ่มนวล เขาไม่ได้เน้นประเด็นเรื่องผิวสีหรือเรื่องเกย์ให้โจ่งแจ้ง แต่กลับสนใจที่การเติบโตและการเลือกทางเดินชีวิตของมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง

Moonlight กลายเป็นหนังที่ชนะใจผู้ชมนับตั้งแต่เปิดตัวในเทศกาลหนังต่างๆ เมื่อปีก่อน คำชมแบบปากต่อปากในโซเชียลมีเดีย ทำให้หนังได้รับความสนใจอย่างสูง จนเป็นหนังที่ทำรายได้อย่างน่าประทับใจทั้งๆ ที่ออกฉายแบบจำกัดจำนวนโรง

Categories
Uncategorized

อันดับหนัง ทำเงินสูงสุดในไทย ประจำปี 2563 ช่วงครึ่งปีแรก

ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ (13 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD เรื่องที่ 4 จากจักรวาล ไทบ้าน เดอะซีรี่ส์ ที่ได้สมาชิกจากวง BNK48 มาช่วยสร้างสีสันกันแบบล้นจอ กลายเป็นหนังไทยทำเงินทะลุหลักสิบล้านบาทเรื่องแรกของปีนี้ และทำเงินสูงเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มหนังที่มีสมาชิกจากวง BNK48 ร่วมแสดงด้วย

Ip Man 4: The Finale (19 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD แอ็กชั่นตระกูลดังที่ยังคงได้พระเอกดอนนี่ เยน มารับบทอาจารย์ยิปมันเช่นเดิม ซึ่งนอกจากจะขึ้นแท่นเป็นหนังเอเชียทำเงินสูงสุดในบ้านเราช่วงครึ่งปีแรกได้แล้ว ยังรับไม้ต่อ นั่งแท่นเป็นหนังจากตระกูล Ip Man ทำเงินสูงสุดในบ้านเราอีกด้วย (แทนที่ Ip Man 3 ที่ 17 ล้านบาท)

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (รายได้เฉพาะในปี 2563 – 20 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD ไทยคุณภาพที่เข้าฉายตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 และทำเงินตลอดการฉายไปทั้งสิ้น 56 ล้านบาท (สูงเป็นอันดับ 3 ของหนังไทยปีก่อน) คือหนึ่งในสองหนังจากปี 2562 ที่ทำเงินทะลุถึง Top 10 ครึ่งปีแรกของปีนี้ขึ้นมาได้ และถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบ 5 ปี ที่สามารถทำเงินข้ามปี จนทะลุขึ้นมาติด Top 10 ครึ่งปีแรกของปีถัดมา (เรื่องก่อนหน้าคือหนังจากค่าย GTH อย่าง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ซึ่งเข้าฉายในปี 2557 และทำเงินเฉพาะในปี 2558 ไปมากกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท)

Dolittle (29 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD หนังเวอร์ชั่นใหม่ของ Doctor Dolittle คุณหมอผู้สามารถพูดคุยกับเหล่าสรรพสัตว์ ที่ได้พระเอกชื่อดัง Robert Downey Jr. มาแสดงนำ ถือเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์จากฝั่งฮอลลิวู้ดเรื่องแรกที่ได้เข้าฉายในบ้านเราปีนี้ และทำรายได้สูงที่สุด ในกลุ่มหนังดัดแปลงจากวรรณกรรม Doctor Dolittle ที่เข้าฉายในบ้านเราอีกด้วย (มากกว่า Dr. Dolittle ภาคแรก ของพระเอก Eddie Murphy เมื่อ 22 ปีก่อน ที่ 24 ล้านบาท)

Bad Boys For Life (31 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD แม้จะเข้าฉายห่างจากภาคสองถึง 17 ปี แต่การกลับมาของคู่หูขวางนรกในภาคที่สามนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จแบบเกินความคาดหมายจริงๆ ทั้งเรื่องคำวิจารณ์และรายได้ที่บ้านเกิดที่เพิ่มขึ้นมาจากสองภาคแรก (ยังคงนั่งแท่นเป็นหนังทำเงินสูงสุดของอเมริกาในปีนี้อยู่) ส่วนในบ้านเรานั้น Bad Boys For Life ทำเงินสูงอันดับที่ 2 ในตระกูลหนัง Bad Boys เป็นรอง Bad Boys II (58 ล้านบาท) เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

1917 (31 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD หนังสงครามโลกที่ใช้ลูกเล่นเสมือนการถ่ายทำแบบลองเทคเรื่องนี้ ถือเป็นหนึ่งในหนังสายล่ารางวัลปี 2019-20 ที่ทำเงินในบ้านเราไปค่อนข้างดีทีเดียว (หากเทียบในกลุ่มผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หนังทำเงินเป็นรอง Joker และ Parasite เพียงสองเรื่องเท่านั้น) และขึ้นแท่นเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำเงินสูงสุดในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Birds of Prey (33 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD หนังซูเปอร์ฮีโร่(วายร้าย) พลังหญิงจากค่าย DC ที่แม้จะทำเงินสูงที่สุดในกลุ่มหนังต่างประเทศปี 2563 ที่เข้าฉายในบ้านเรา แต่รายได้ยังถือว่าตามหลังหนังจากจักรวาล DC เรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้อยู่พอสมควร (อย่างเช่น Shazam! ที่เข้าฉายเมื่อปีก่อน ทำเงินในบ้านเราไป 71 ล้านบาท)

พี่นาค 2 (35 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD ภาคต่อของหนังผีไทยปนฮาสุดฮิต ที่ฉายไล่หลังภาคแรกเพียงปีเดียวเท่านั้น และยังคงตามรอยภาคแรกด้วยการเป็นหนังหนังไทยทำเงินสูงอันดับต้นๆ ของค่ายไฟว์สตาร์ในรอบสิบปีที่ผ่านมาอีกด้วย (เป็นรอง พี่นาค ภาคแรก ที่ 53 ล้านบาท เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น)

Low Season สุขสันต์วันโสด (41 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD ถือเป็นหนังทำเงินฮิตเซอร์ไพรส์ที่สุดเรื่องหนึ่งในช่วงครึ่งปีแรกเลยก็ว่าได้ สำหรับหนังไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ในบรรยากาศขุนเขาเชียงใหม่เรื่องนี้ ที่นอกจากจะขึ้นแท่นเป็นหนังปี 2563 ทำเงินสูงที่สุดแล้ว ยังกลายเป็นหนังทำเงินสูงที่สุดในรอบ 7 ปีของพระเอก มาริโอ้ เมาเร่อ (หลังจาก พี่มาก..พระโขนง) อีกด้วย

Jumanji: The Next Level (รายได้เฉพาะในปี 2563 – 44 ล้านบาท)

อันดับบหนังHD ภาคที่แล้วที่ทำเอาคนดูฮากลิ้งกันไปหนังผจญภัยเบาสมองของคนที่ถูกเกมเก๋าดูดเข้าไปแล้วต้องเล่นให้จบรอดกลับออกมา ได้เวลาต่อด้วยภาคสอง Jumanji: The Next Level หรือชื่อไทย เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์ ด้วยทีมนักแสดงชุดเดิมที่เพิ่มเติมความหรรษา

งานภาคนี้ยังเป็น Jake Kasdan เจ้าเก่าที่กำกับหนังเพื่อสานต่อความสนุกจากภาคก่อนที่ปลุกชีวิตของหนังผจญภัยจากเกมเรื่องดังในอดีตให้กลับมาอีกครั้ง จากปี 2017 คราวนั้น

เรื่องย่อหนัง ‘Jumanji: The Next Level’
หลังเดอะแก๊งเอาตัวรอดจากเกมจูแมนจี้ได้สำเร็จ พวกเขาก็จำต้องกลับเข้าไปเกมอีกครั้งในภาคนี้ เพียงเพราะเอ็ดดี้ หนึ่งในแก๊งดันหลุดเข้าไปในเกม จนเพื่อนที่เหลือต้องติดตามค้นหาและก็มาเจอว่าเขาถูกเกมดูดเข้าไป หนทางเดียวที่คิดออกคือพวกเขาต้องเข้าไปเกมอีกครั้งเพื่อช่วยเขาออกมา

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Jumanji: The Next Level’
อาจเป็นหนังที่แมสเข้าขั้นชนิดที่ว่าคนส่วนใหญ่ที่ตีตั๋วเข้ามาดูหนังเรื่องนี้ ย่อมต้องรู้จักและเคยผ่านการดูหนังภาคก่อนมาบ้างแล้ว จนไม่ต้องอารัมภบทอะไรมากมาย เริ่มต้นมาก็เข้าเรื่องกันทันที ด้วยการนัดพบกันของผองเพื่อน แต่ดูเหมือนคนที่หายไปนั้นคือเอ็ดดี้ หนุ่มเนิร์ดผู้ที่มีภาระต้องเลี้ยงคุณตาที่ความชราทำให้เขาต้องอยู่กับอาการป่วยๆ และความหลงๆ ลืมๆ จนเพื่อนต้องมาตามหาถึงบ้าน และได้รู้ว่าเขาหายไปในอยู่ในเกมเสียแล้ว

งานนี้ พวกเขาจึงต้องกลับไปช่วยเพื่อนอีกครั้ง ด้วยการให้เกมดูดเข้าไป แต่ความแปลกใหม่ของภาคนี้คือการเกมมันเลือกจะดูดใครเข้าไปตามใจมัน ทั้งยังเลือกให้เสร็จสรรพว่าจะใครจะได้เป็นตัวคาแรกเตอร์ไหนในเกม

สิ่งที่เพิ่มเติมมาจากภาคก่อน นอกเหนือจากตัวละครที่อยู่ในเกมจะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีอ็อปชั่นเสริมมากมาย ทั้งการสลับคาแรกเตอร์กันได้ภายในเกม ฉากและด่านใหม่ที่เป็นทั้งทะเลทรายและเทือกเขาเยือกแข็ง คนภายนอกยังแทรกซึมเข้ามาภายหลังได้ สิ่งที่ยังมีเหมือนเดิมก็คือ แต่ละตัวจะตายได้เพียงสามครั้ง

ร่องรอยเบาะแสต่างๆ จะถูกย้ำเตือนอยู่ตลอดเพื่อให้เรายังเกาะเกี่ยวกับภารกิจได้อยู่ เพราะบางทีก็อาจจะสนุกสนานกับการผจญภัยจนหลงลืมร่องรอยที่ควรสังเกตกันไปแล้วงิ

หากจะสนใจให้ความตลก ฮา ขำกลิ้ง ของมุกและตัวละคร ก็ถือว่าภาคนี้ยังคงทำได้ดีอยู่เพียงแต่อาจจะมีและใช้ได้ผลไม่มากเท่าภาคก่อนอยู่สักหน่อย อาจจะบางช่วงที่นิ่งๆ บ้าง แต่บทจะฮาก็ฮากระจายได้เหมือนกัน

การที่มีคนแก่เข้าไปอยู่ในเกมด้วย พวกเขาไม่เคยเล่นเกมแบบนี้ การใส่มุกของคนแก่ที่ไม่เข้าใจเกมจึงเป็นวิธีที่ได้ผลเสมอๆ ในหนังเกี่ยวกับเกม

นอกเหนือจากการผจญภัยและความตลกแล้ว เรื่องดราม่าก็เป็นอีกพาร์ทที่แทรกซึมเข้ามา

หนังมุ่งหมายจะเล่าเรื่องของมิตรภาพระหว่างเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่คบหากันมานาน เพื่อนที่คบอยู่ในแก๊งในทีมเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทที่ห่างเหินไม่พูดไม่จากัน

ถ้าใครเคยชมจูแมนจี้เวอร์ชั่นดั้งเดิมและจดจำได้ อาจจะรู้สึกได้ถึงการหยิบเอาบางสิ่งในเวอร์ชั่นนั้นกลับมาใช้อีกครั้ง ทั้งหนังยังวางเซอร์ไพรส์เอาไว้บางจุด ให้เราได้อึ้งเพราะคาดไม่ถึงอะไรแบบนี้ด้วย

ภาคนี้ปิดท้ายด้วยฉากแถมที่เรียกได้ว่าต้องดู ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังเรื่องนี้มาแต่ภาคไหนก็ตาม กลาง End Credit รอไม่นาน

ชื่อภาพยนตร์: Jumanji: The Next Level / เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์
ผู้กำกับภาพยนตร์: Jake Kasdan
ผู้เขียนบทภาพยนตร์​: Jake Kasdan, Jeff Pinkner
นักแสดง: Dwayne Johnson, Jack Black, Kevin Hart,​ Madison Iseman, Awkwafina
แนว/ประเภท: Action, Adventure, Comedy, Fantasy
ความยาว: 123 นาที
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
ปี: 2019
เรท: ไทย/, MPAA/PG-13
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: ฉายรอบพิเศษ 18-24 ธันวาคม 2019 ฉายจริง 25 ธันวาม 2019
ผู้สร้าง/ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย: Hartbeat Productions, Matt Tolmach Productions, Seven Bucks Productions

Categories
Uncategorized

อันดับหนังHD และซีรีส์ฮิตใน เดือนตุลาคม 2563 | moviefree8k

Ant-Man

อันดับหนังHD เป็นเรื่องปกติที่ขาใหญ่แห่งวงการซูเปอร์ฮีโร่อย่างมาร์เวล จะส่งผลงานโกยเงินในกระเป๋เหมือนเช่นทุกปี โดยในปี 2015 ทางสตูดิโอส่งหนังเรื่อง Ant-Man ลงสนามในวันเมืองไทย 30 กรกฎาคม ผ่านฝีมือของผู้กำกับ เพย์ตัน รี้ด (Peyton Reed) และวางตัวให้ พอล รัดด์ (Paul Rudd) มารับบท สก็อตต์ แลง และไมเคิล ดั๊กลาส (Michael Douglas) มารับบท ดร. แฮงก์ พิม

Mad Max : Fury Road

อันดับหนังHD สิ้นสุดการรอคอยเสียทีสำหรับหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ Mad Max : Fury Road เพราะหลังจากล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาหลายปี ผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ก็สานต่อหนังเรื่องนี้จนสำเร็จและ พร้อมเข้าฉายในเมืองไทย 14 พฤษภาคม 2015 นำแสดงโดย ทอม ฮาร์ดี้ (Tom Hardy), ชาร์ลีซ เธอรอน (Charlize Theron) และนิโคลัส ฮอลท์ (Nicholas Hoult)

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Spectre

อันดับหนังHD หนังสายลับ เจมส์ บอนด์ ภาคที่ 24 กลับมาอีกครั้งในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Spectre โดยได้ผู้กำกับ แซม เมนเดส (Sam Mendes) และดารานำ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) กลับมาระเบิดความมันส์พร้อมกับ คริสตอฟ วอลซ์ (Christoph Waltz), เดฟ บาทิสตา (Dave Bautista), เลอา แซดู (Lea Seydoux) และอีกมากมาย โดยมีกำหนดเข้าฉาย 6 พฤศจิกายน 2015

Mission : Impossible 5

พระเอก ทอม ครูซ (Tom Cruise) กลับมารับบทนักสืบลับ อีธาน ฮันท์ พร้อมผู้กำกับคู่ใจ คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รีย์ (Christopher McQuarrie) โดยในภาคนี้ทีมงานทุ่มงบประมาณมากกว่าที่ผ่านมา และพร้อมเข้าฉายต้อนรับวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2015

Fantastic Four

ด้วยชื่อชั้นของผู้กำกับ จอช แทรงก์ (Josh Trank) ทำให้หลายคนเฝ้าคอยการกลับมาของ 4 ยอดมนุษย์แบบไม่ละสายตา ซึ่งในภาคนี้ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครเดินทางข้ามมิติ ภายใต้เรื่องราวที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ส่วนจะตื่นเต้นแค่ไหนคงต้องรอชมในวันที่ 7 สิงหาคม 2015

รีวิว Straight Outta Compton เมืองเดือดแร็ปเปอร์กบฎ | แก๊งเด็กแร็ปสนั่นปฐพี

เมื่อ 8Mile ไม่ได้เป็นหนังที่เกี่ยวกับ Rap และ HipHop ที่ดีที่สุดอีกต่อไป

ในปี 2002 ปีนั้นแทบไม่มีใครไม่รู้จัก Eminem Rapper ชื่อดัง ที่มารับงานแสดงในหนังที่ดัดแปลงจากประวัติชีวิตตัวเอง เรื่อง 8Mile จำได้ว่าตอนนั้นหนังได้สร้างกระแส Hiphop พอสมควร เพราะตัวหนังเองที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม และเพลงประกอบที่เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล และ หลังจากนั้นก็แทบจะไม่มีหนังเกี่ยวกับการ Rap หรือ Hiphop เข้าฉายอีกเลย จนกระทั่งปี 2015 กับการมาของ Straight Outta Compton

บอกเลยว่าผมแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย ไม่รู้เรื่องย่อ ไม่รู้จักผู้กำกับ ไม่รู้อะไรเลย แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังที่สามารถขึ้นอันดับ 1 Boxoffice ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว (ทำเงินอันดับ 1 ได้ถึง 3 สัปดาห์ซ้อน) และตบหนังสายลับฟอร์มดีอย่าง The Man From U.N.C.L.E. ของกาย ริชชี่ คว่ำคาตารางหนังทำเงินได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์
นั่นยิ่งทำให้ Straight Outta Compton ดูน่าสนใจขึ้นมทันทีในสายตาของผม บวกกับคะแนนวิจารณ์ใน IMDB และเว็บมะเขือเน่า ออกมาดีมาก ยิ่งทำให้ต่อมความอยากดูเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่น่าเสียดายที่หนังมีโปรแกรมฉายที่ไทยในวงจำกัด ฉายเพียงไม่กี่โรงและไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เลยพลาดโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์โดยปริยาย แต่สุดท้ายก็หามาดูจนได้แหละ

Straight Outta Compton และ 8Mile เป็นหนังที่มี ธีม Hiphop ก็จริง แต่เนื้อเรื่องหลักๆ แก่นของเรื่องจริงๆ ก็ต่างกันอยู่พอควรเลยทีเดียว

8Mile – เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่เติมเต็มความฝัน ด้วยการประลอง Rap สื่อภาษาดนตรีรุนแรง เพื่อให้ได้การยอมรับจากกลุ่มเพื่อน และพยายามใต่เต้าเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และการเอาชนะตัวเอง

Straight Outta Compton – เป็นภาพยนตร์สร้างจากชีวิตจริงของชายหนุ่มหัวกบฏทางวัฒนธรรมที่มีเนื้อเพลง, ความกร่าง, ความกล้าหาญ และพรสวรรค์ เป็นอาวุธประจำตัวในการยืนหยัดต่อต้านอำนาจจากภาครัฐ และรวมตัวกันมาเป็น N.W.A. พวกเขาถ่ายทอดความจริงอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของพวกเขาในสังคมอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวและความรุนแรง ซึ่งจุดประกายสู่การปฏิวัติทางสังคมและส่งผลมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งเนื้อเรื่องของ Straight Outta Compton บอกเลยว่าหนักกว่า 8Mile เอามากๆ

Straight Outta Compton โฟกัสไปที่สามสมาชิกหลักของ N.W.A. คือ Ice Cube, Dr.Dre และ EAZY-E เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาก่อนที่จะทำวง จนมาถึงการความโด่งดังหลังจากที่ทำวง ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในวง และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า แต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยซักนิด เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องสนุกแล้ว หนังยังมีความบังเทิงในรูปแบบของการ Rap อยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะตอนที่ร้องเพลงแล้วนั่งอ่านซับ มันส์โคตรๆ เนื้อเพลงมันบันเทิงเอามากๆ

และก็ใช่ว่าจะมีแค่เรื่อง Rap อยู่อย่างเดียว เพราะตัวหนังเองก็ได้สอดแทรกวัฒนธรรม Hiphop อยู่ตลอด ทำให้คนดูที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของหนังได้ซึมซับอยู่ตลอด เอาง่ายๆ คือถ้าคุณไม่ใช่คอ Hiphop ก็ก็สามารถอินไปกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา รวมไปถึงซีนดราม่า ก็แทบไม่เชื่อเลยว่าหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้ ทั้งๆที่ต้นเรื่อง

ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้เลย แต่พอท้ายเรื่องกลับอินอย่างบอกไม่ถูก จนมีความรู้สึกว่าทำไมหนังมันจบเร็วจังวะ อยากดูอีก กำลังสนุกเลย และนอกจากเรื่องการเดินเรื่อง เล่าเรื่องที่ทำได้ดี อีก 1 เรื่องที่ไม่ชมไม่ได้

คือการแคสนักแสดง ซึ่งทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก คาแรคเตอร์ของวง N.W.A. แคสนักแสดงได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าเหมือนตัวจริงสุดๆ ไม่ใช่แค่นักแสดงหลัก พวกนักแสดงสมทบนี่ก็แคสได้เหมือนมาก โดยเฉพาะ 2Pac ผมนี่ตกใจมากจริงๆ

เพราะแกเหมือนตัวจริงเอามากๆ เหมือนจนน่าตกใจ แคสนักแสดงได้ยอดเยี่ยมยังไม่พอ นักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมากๆ คือดูแล้วเชื่อว่าพวกเค้าคือตำนาน Hiphop จริงๆ ยิ่งตอนที่ร้อง Rap นี่ flow flip สุดยอดมาก ไหลลื่นสุดๆ

โดยรวมแล้วมันเป็นอะไรที่เกินความคาดหวังไว้มาก ก่อนดูคิดไว้แค่ว่าสามารถทำได้ในระดับ 8Mile นี่ก็โอเคแล้ว แต่พอดูจบบอกเลยว่า มันดีกว่า 8Mile อยู่พอตัวเลยทีเดียว

สำหรับผม 8Mile นั้นสูตรสำเร็จไปหน่อย คือยังไงมันก็พอเดาได้ว่าพระเอกมันต้องปล่อยของในตอนสุดท้ายอยู่แล้ว แต่กับ Straight Outta Compton เดาไม่ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพอถึงบทสรุปมันทำให้เราได้อิ่มไปกับข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้

คือเลือกเดินผิดทาง มันก็สามารถทำลายทุกๆอย่างพังลงได้ ต้องบอกเลยว่า Straight Outta Compton เป็นอีก 1 เรื่องที่รู้สึกเสียดายเอามากๆที่ไม่ได้มีโอกาสดูในโรง และขอยกให้เป็น 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมประจำปี 2015 แทนที่เรื่อง American Sniper

9/10
Fuck Tha Police

P.S.อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมพิมพ์ อย่าเพิ่งเชื่อนักวิจารณ์ อย่าเพิ่งเชื่อใครต่อใคร รสนิยมการดูหนังของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เพราะงั้นหนังทุกเรื่องควรจะพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเองครับ

Categories
Uncategorized

หนังทำเงิน สูงสุดในปี 2561 สถิติพลิกโผในบางเรื่อง แต่อีกหลาย …

FANTASTIC BEASTS: THE CRIMES OF GRINDELWALD

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 596.2 ล้านเหรียญ

หนังภาคต่อ ผลงานของนักเขียนชื่อก้องโลกอย่างเจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งภาคแรก Fantastic Beasts and Where to Find Them กวาดรายได้ไป 814 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าภาค 2 อย่างเห็นได้ชัด

ภาคนี้จึงเป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของหนุ่มน้อยมากความสามารถผู้หลงใหลในสัตว์วิเศษ ‘นิวท์ สคามันเดอร์’ ซึ่งคราวนี้เขาไม่ได้มาแนะนำสัวต์เวทที่น่าตื่นตาเหมือนภาคแรก แต่เป็นเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นของการปะทะของ 2 ฝ่ายตรงข้าม โดยมี นักเวทผู้ยิ่งใหญ่ ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ ขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาว่า ‘ครีเดนซ์ แบร์โบน’ ผู้มีพลังมืดแฝงอยู่ในตัว แท้จริงแล้วคือใครกันแน่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

ANT-MAN & THE WASP

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 622.7 ล้านเหรียญ

หนังแนวซุปเปอร์ฮีดร่จากค่าย Marvel Studios เป็นหนังภาคต่อจากเรื่อง Ant-Man ที่เข้าฉายเมื่อปี 2015 โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้เรียกได้ว่าเป็นควันหลงจากเรื่อง Captain America: Civil War คงไม่ผิดนัก เมื่อ ‘สก็อตต์ แลงก์’ ต้องรับผิดชอบในฐานะแอนท์-แมน เข้าร่วมกับ ‘โฮป แวน ไดน์’ และ ‘ดร. แฮงค์ พิม’ ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน แถมยังต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เป็นทีม เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นปริศนาจากเรื่องราวในอดีต

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

BOHEMIAN RHAPSODY

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 636.6 ล้านเหรียญ

หนังชีวประวัติที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุก โดยบอกเล่าเรื่องราวของ ‘เฟร็ดดี้ เมอร์คูรี่’ นักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ รวมทั้งหัวหน้านำวง Queen วงร็อคในตำนาน ที่ไม่เพียงแต่หน้าตาที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงในยุคนั้น แต่พลังเสียงและตัวตนที่มีเอกลกัษณ์ของเขา ทำให้เขากลายยังเป็นอีกหนึ่งบุคคลน่าจดจำในวงการเพลง แถมยังถูกโหวตให้เป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์เพลง ในปีค.ศ. 2005 แม้ว่าเขาจะจากไปในปี 1991 แล้วก็ตาม แต่ผลงานเพลงของเขาก็ยังคงเป็นที่ประจักษ์และน่าชื่นชมมาจนปัจจุบัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

DEADPOOL 2

:: กวาดรายได้ไป 734.2 ล้านเหรียญ

อีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ได้รับเสียงตอบรับมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2016 พร้อมกวาดรายได้ไป 783.1 ล้านเหรียญ (มากกว่าภาค 2)

สำหรับภาคนี้ยังคงเอกลักษณ์ของฮีโร่ที่ความเกรียนได้เสมอต้นเสมอปลาย แถมภาคนี้จะเกรียนยิ่งขึ้นเมื่อมีสมาชิกแก๊งฮีโร่ตัวอื่นๆ มาช่วยสนับสนุน แน่นอนว่าเนื้อเรื่องของหนังยังคงเป็นแนว 18+ ที่แม้จะไม่ได้ฮีโรติกอะไร แต่เลือดสาดกระจาย พร้อมคำพูดไม่เพราะเช่นเดิม …อยากรู้ว่าภาคนี้สนุกยังไง เราเคยเขียนบอกไว้ ตามไปอ่านได้ที่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

MISSION: IMPOSSIBLE – FALLOUT

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 791 ล้านเหรียญ

22 ปีนับจากปี 1996 จนถึง 2018 ที่ผู้ชมได้รู้จักสายลับ ‘อีธาน ฮันท์’ โดยเรื่องราวดำเนินมายาวนานถึง 6 ภาคด้วยกัน และยังเป็นซีรี่ส์นี้ทำรายได้ยอดเยี่ยมมาทุกภาค โดย 5 ภาคที่ผ่านมากวาดรายได้ไปถึง 2,700 ล้านเหรียญ ส่วนภาคนี้สามารถกวาดรายได้ไป 791 ล้านเหรียญจนขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับที่ 6 ที่สำคัญภาคนี้ยังคงได้นักแสดงทีมเดิมมาร่วมแสดง ทำให้แม้จะห่างหายจากภาคแรกๆ ไปหลายปี แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องเดิมที่คงความสนุกไม่เปลี่ยน

ภาคนี้ยังคงความสนุกเช่นเดิม ผ่านการไล่ล่าของฝ่ายร้ายและฝ่ายดีที่เรียกได้ว่าล่าข้ามโลกกันเลยทีเดียว เมื่อปฏิบัติการที่วางแผนมาดิบดี เกิดผิดพลาดขึ้น ทำให้สายลับที่เราคุ้นเคย อีธาน ฮันท์ ต้องไล่ล่ากันข้ามโลก เพื่อทำให้ภารกิจสำเร็จให้ได้ โดยเบื้องหลังสถาการณ์ที่เลวร้ายคือ The Syndicate นั่นเอง

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

VENOM

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 852.9 ล้านเหรียญ

อยากจะเรียกว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ก็ไม่สามารถเรียกได้เต็มปาก ไม่ว่าจะหน้าตาหรือวิธีการที่ได้มาซึ่งพลังเหนือธรรมชาติ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ยังคงพิทักความถูกต้อง ทำให้หลายคนเรียกหนังเรื่องนี้ว่า ‘ซุปเปอร์ฮีโร่ด้านมืด’ คงคล้ายๆ เดดพลูที่เราไม่อาจเรียกเขาว่าซุปเปอร์ฮีโร่ได้เต็มปากนั่นเอง

โดยแต่เดิม ‘เวน่อม’ เป็นตัวละครในจักรวาล ‘สไปเดอร์แมน’ แต่เพราะความอีรุงตุงหนังของลิขสิทธิ์และค่ายหนัง ทำให้ Sony Pictures ต้องการมีเขียนเรื่องราวของเวน่อมขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นหนังเรื่องนี้นี่เอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนักข่าวหนุ่ม ‘เอ็ดดี้ บร็อค’ ที่หมกมุ่นกับการเผยเรื่องร้ายๆ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อฉาว ขณะเดียวกันก็มีปรสิตหรือเอเลียนชื่อ เวน่อม มาสิงร่าง จนเกิดเป็นพลังวิเศษ ด้วยความต้องการเอาชนะ ผนวกกับต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทั้งปรสิตเวน่อมและเอ็ดดี้ บร็อคจึงกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

INCREDIBLES 2

:: กวาดรายได้ไป 1.24 พันล้านเหรียญ

จากปี 2004 พิกซาร์และผู้กำกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ปล่อยให้เวลามันเนิ่นนานมากๆ กว่าจะมีภาคต่อ เหตุผลที่ได้ยินได้ฟังมาก็คือ เขามองหาเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาตลอด และถ้ามันไม่มีพล็อตที่โดนใจและดีพอ เขาก็ยังไม่ทำมัน นั่นแหละ มันถึงต้องใช้เวลาห่างกันยาวนานถึง 14 ปีกว่าที่ภาคสองจะออกมาให้ได้ยลกัน ‘Incredibles 2’ หรือชื่อไทย ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ หนังครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่กลับมาแล้ว

ผลงานการเขียนบทและการกำกับของเจ้าเดิม Brad Bird ที่เล่าเรื่องต่อจากเดิมแบบไร้รอยต่อ เรื่องราวของครอบครัวตัวดีที่ตัวพ่อและตัวแม่ต่างก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไม่พอลูกๆ ของเขาก็มีพลังซูเปอร์ฮีโร่

เรื่องย่อหนัง ‘Incredibles 2’
ต่อจากภาคที่แล้ว กฎหมายยังคงทำให้การเป็นซูเปอร์ฮีโร่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ครอบครัวพาร์ที่ต้องเก็บตัวเงียบถึงคราวเดือดร้อน บ้านก็ไม่มีจะอยู่ ต้องเช่าโรงแรมไปวันๆ แต่จู่ๆ ก็มีเศรษฐีคู่พี่น้องที่ติดต่อพวกเขาผ่านลูเซียส (Samuel L. Jackson) มนุษย์น้ำแข็งเพื่อนยาก

บ็อบและเฮเลนได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ การกลับไปเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่แม้จะผิดกฎหมายแต่ได้เส้นใหญ่ช่วยให้อะไรๆ มันเริ่มเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะมีที่อยู่ใหม่ มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทว่าพวกเขาต้องการเพียงอีลาสติกเกิร์ลเท่าั้น

บ็อบจึงต้องกลายเป็นพ่อบ้านไปโดยปริยาย

ตัวอย่างแอนิเมชั่น ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ [ซับไทย]

และผลจากความรู้สึกน้อยหน้าภรรยา เมื่อเขาได้รู้ว่า แจ็ค-แจ็ค เจ้าตัวเล็กลูกคนสุดท้องของเขานั้นก็มีพลังซูเปอร์ฮีโร่ในตัว แถมยังมีมากกว่าใครๆ ในบ้านด้วยซ้ำ เขาจึงเลือกปิดปากไว้ไม่ยอมบอก

แต่เรื่องราวมันก็กลับยุ่งเหยิงเข้าซะก่อนน่ะสิ

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Incredibles 2’
เรื่องราวที่ต่อเนื่องอย่างที่เรียกว่าจบภาคแรกเมื่อ 14 ปีก่อนปุ๊บก็เดินเรื่องเข้าสู่ภาคต่อนี้ทันที แตกต่างด้วยคุณภาพของงานที่เนียนขึ้นตามวันเวลาและเทคโนโลยี

หนังเปลี่ยนให้บ็อบผู้เชื่อมั่นในการแสดงออกถึงพลังที่เปี่ยมด้วยจิตใจที่ดีของซูเปอร์ฮีโร่ที่มักถูกมองว่าออกปฏิบัติการแต่ละครั้งมักจะเห็นแต่การทำลายข้าวของสร้างความเสียหาย เพศชายที่ดูเป็นใหญ่แต่กลับมีแค่เฮเลนผู้เป็นภรรยาที่ได้สิทธิออกไปช่วยเหลือผู้คน และตนต้องมารับหน้าที่พ่อบ้าน

ดูแลลูกอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นงานที่หนักหนาเอาการเลยเชียว

บ็อบต้องทั้งดูแลไวโอเล็ต ลูกสาวคนโตที่เริ่มมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ งอนพ่อบ่อยอย่างกับอะไรดี รับมือการสอนการบ้านเลขกับแดช ลูกชายคนกลางที่อยากเหลือเกินที่จะแสดงออกซึ่งพลังที่ตนมี และยังต้องดูแลเจ้าตัวเล็ก แจ็ค-แจ็ค ที่แสนซนอย่างมากมาย แถมไปๆ มาๆ ก็เลยได้รู้ว่า เขามีพลังพิเศษหลายอย่างๆ สลับโหมดใช้สนุกมือ

แต่ยังไม่สามารถควบคุมการใช้พลังได้เลยนี่สิที่น่าห่วง

สิ่งที่รู้สึกได้ก็แอนิเมชั่นอย่าง ‘รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2’ เป็นก็คือ การพูดในหลายประเด็น แต่ก็มีบ้างบางประเด็นที่เหมือนจะพูดถึงอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะลืมๆ ไป หันไปพูดอีกเรื่องแทน อย่างประเด็นของเรื่องของกฏหมายซูเปอร์ฮีโร่ ประเด็นของการที่มนุษย์ผู้รักความง่าย การมีฮีโร่มาช่วยปัดเป่ามาทำให้ชีวิตง่ายดี

แต่ยังไงลงท้าย หนังก็ต้องกลับไปพูดเรื่องครอบครัวอย่างจริงจังอยู่ดี

มันคงไม่แปลกที่แอนิเมชั่นครอบครัวจะพูดถึงประเด็นครอบครัวเป็นหลัก แต่มันก็ทำให้ประเด็นอื่นๆ ถูกดึงเข้ามาแบบแตะๆ ปล่อยๆ นั่นเอง

อีกส่วนก็คือ หนังมีการลีมตัวร้ายบางตัวไปเสียสิ้น เพื่อไปเรื่องตัวร้ายอีกตัวแทน ตัวละครบางตัวก็ปูมาอย่างที่คาดการณ์ได้ทันทีว่าเดี๋ยวต้องมีพลิก!

สิ่งที่ทำให้หนังสนุกในภาคนี้ นอกเหนือจากงานภาพที่พัฒนาขึ้นมาเมื่อเทียบกับภาคที่แล้ว งานดนตรีประกอบที่ทำได้อารมณ์หนังเจมส์ บอนด์ ไม่ก็อีธาน ฮันท์ อะไรแบบนั้น ก็คือ การผสมผสานความฮาแบบน่ารักๆ สลับกันไปกับฉากแอ็คชั่นแบบน่าลุ้น

ฉากน้องแจ็ค-แจ็ค คงเป็นอะไรที่ชวนฮาสุดๆ แล้ว กลายเป็นตัวละครที่ขโมยซีนได้เด็ดขาดมากในภาคนี้ กับฉากแอ็คชั่นที่ชวนลุ้นได้ตัวโก่งอยู่พอควร ทำให้กลายเป็นหนังครอบครัวที่ดูสนุก อารมณ์ดี

ก่อนหน้าหนังจริงเป็นแอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่อง “เปา” ภาพน่ารัก มีความจีน และตอบโจทย์เรื่องครอบครัวด้วยนะเธอ

ชื่อภาพยนตร์: Incredibles 2 / รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2
ผู้กำกับภาพยนตร์: Brad Bird
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Brad Bird
นักแสดงนำ: Craig T. Nelson, Holly Hunter, Sarah Vowell, Samuel L. Jackson
ความยาว: 118 นาที
ปี: 2018
แนว/ประเภท: Animation, Action, Adventure, Comedy, Family, Sci-Fi
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
เรท: ไทย/, MPAA/PG
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 21 มิถุนายน 2561
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Pixar Animation Studios, Walt Disney Pictures

Categories
Uncategorized

อันดับหนังHD ที่น่าจับตามองในปี 2559 – โปรแกรมหนังใหม่

Star Wars : The Force Awakens

อันดับหนังHD อันดับ 1 ที่ทุกคนรอคอย คงจะหนีไม่พ้นการคืนจอของหนังสงคราม อวกาศอย่าง Star Wars ซึ่งกลับมาในชื่อแบบเต็ม ๆ ว่า Star Wars: The Force Awakens โดยเป็นฝีมือของผู้กำกับ เจเจ เอบรัมส์ (J.J. Abrams) ที่นำทีมนักแสดงชื่อดังกลับมาเล่าเรื่องราว 30 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Star Wars Episode 6 : Return of the Jedi ซึ่งออกฉายเมื่อปี 1983 ซึ่งจะมีนักแสดงหน้าใหม่มารับบทเป็นตัวละครที่เราคุ้นเคยอย่างแน่นอน ส่วนจะมีใครบ้างนั้นก็รอติดตามได้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ตามกำหนดการในประเทศไทย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Avengers : Age of Ultron

อันดับหนังHD หากมองจากชื่อตอนก็น่าจะเดาออกได้ไม่ยากว่า Avengers : Age of Ultron จะพาคุณไปสัมผัสกับอันตรายจากหุ่นยนต์ชั่วร้ายนามว่า อัลตรอน ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์คือภัยคุกคามที่แท้จริงของโลกและจำเป็นต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก จึงเป็นหน้าที่ของสมาชิกอเวนเจอร์ที่ต้องป้องกันแผนการอันชั่วร้ายของอัลตรอน ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้และการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสนุกในภาคนี้คือ จอส วีดอน (Joss Whedon) ที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเอง โดยเตรียมเข้าฉายก่อนอเมริกา 30 เมษายน 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Jurassic World

อันดับหนังHD แฟนพันธุ์แท้ของหนังไดโนเสาร์ชุด Jurassic Park เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่วันที่ 11 มิถุนายน 2015 กันได้เลย เพราะความระทึกใจกำลังจะกลับมาในภาคต่อที่ชื่อว่า Jurassic World ซึ่งจะพาคุณไปผจญภัยบนสวนสนุกบ นเกาะอิสล่านูบลาร์ (Isla Nublar) ภายใต้ฉากหลังที่เกิดขึ้น 22 ปี

หลังจากเหตุการณ์ใน Jurassic Park ภาคแรก (1993) โดยมนุษย์ต้องเผชิญกับอันตรายจากกองทัพไดโนเสาร์ที่สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นทั่วเกาะ อันนำไปสู่การต่อสู้ของมนุษย์ที่ต้องเอาตัวรอดทุกวิถีทาง โดยพระเอก คริส แพรตต์ (Chris Pratt) รับหน้าที่นำแสดงร่วมกับดาราแถมหน้าอีกมากมาย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Inside Out

นี่คือแอนิเมชั่นจาก Disney และ Pixar ที่จะพาคุณเข้าไปทำความรู้จักกับอารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ซึ่งได้แก่ ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และความสงบ ผ่านเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องปรับตัวให้กับกับสภาพแสดล้อมใหม่ โดยได้รับความเหลือจากความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่ในหัวของเธอเอง โดย Inside Out เป็นผลงานของผู้กำกับ พีท ด็อกเตอร์ (Pete Docter) จาก Monsters Inc. และ UP และมีกำหนดเข้าคิวฉายในบ้านเรา 12 สิงหาคม 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Tomorrowland

ค่าย Disney เตรียมทวงคืนบัลลังก์ความแฟนตาซีด้วยผลงานแนวไซไฟเรื่อง Tomorrowland ของผู้กำกับ แบรด เบิร์ด (Brad Bird) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเด็กสาว เคซีย์ นิวตัน ที่สนใจเกี่ยวกับโลกอนาคต โดยวันหนึ่งเธอได้พบกับเข็มกลัดลึกลับที่พาเธอไปยังดินแดนแห่งอนาคตได้จริง ๆ โดยผู้รับบทดังกล่าวได้แก่

บริต โรเบิร์ตสัน (Britt Robertson) ที่มาพร้อมกับ จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) ในบทนักประดิษฐ์ที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนแห่งอนาคต ซึ่งหนังเรื่องนี้เตรียมเข้าฉายในบ้านเรา 28 พฤษภาคม 2014

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

The Hateful Eight

หลังจากเกิดปัญหาบทหนังรั่วจนแทบล้มไม่เป็นท่า ในที่สุดผู้กำกับขาโหด เควนติน ทารันติโน่ (Quentin Tarantino) ตัดสินใจเดินหน้าสร้างหนังเรื่องนี้ อีกครั้งภายใต้การแสดงของ เคิร์ท รัสเซล (Kurt Russell), เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ (Jennifer Jason Leigh), แซมูเอล แอ แจ็คสัน (Samuel L. Jackson) และอีกหลายท่าน โดยพวกเขาจะเล่าการปะทะที่เกิดขึ้นในโรงเหล้าริมทางท่ามกลางพายุหิมะ ส่วนกำหนดเข้าฉายถูกวางไว้คร่าว ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

หลังจากที่หนังมิวสิคัลทุนต่ำอย่าง Pitch Perfect กลายเป็นม้ามืดที่ประสบความสำเร็จเกินคาด และผลักดันสาวๆ นักแสดงนำอย่าง Anna Kendrick (จาก Twilight, Up in the Air, และ Into the Woods) กับ Rebel Wilson (จาก Night at the Museum 3) ให้แจ้งเกิดอย่างสวยงามไปเมื่อปี 2012 วันนี้สาวๆ “Barden Bellas” กลับมาอีกครั้งกับหนังภาคต่อ Pitch Perfect 2 ที่มีตัวละครเยอะขึ้น เพลงเยอะขึ้น และเวทีใหญ่ขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครไม่เคยดูภาคแรกมาก่อน เราคิดว่ายังไงๆ ก็สามารถดิ่งไปดูภาค 2 อันนี้ได้เลย คือถึงแม้อาจจะไม่อินเท่ากับคนที่เขารู้จักหรือผูกพันกับตัวละครมาแล้วตั้งแต่ภาคปางก่อน แต่ยังไงๆ มันก็ดูรู้เรื่องเหมือนกัน เพราะหนังมันไม่ได้ต่อกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการทบทวนให้กับคนเก่า และเท้าความเดิมคร่าวๆ ให้กับคนใหม่ โดยเราจะขอเล่าเรื่องย่อ (โดยละเอียด) ของ Pitch Perfect ภาคแรก ก่อนจะเริ่มบรรเลงเรื่องย่อและรีวิวภาค 2 ให้ตามปกติ แต่ถ้าใครอยากจะข้ามไปอ่าน Pitch Perfect 2 เลยก็ได้ ไม่มีปัญหา

ทีม “Barden Bellas” หรือชมรม cappella หญิงล้วนของ Barden University ซึ่งเป็นชมรมที่สืบทอดกันมายาวนานและเคยรุ่งโรจน์มาโดยตลอดจนกระทั่งปีล่าสุดที่ Aubrey (Anna Camp จาก The Help) หัวหน้าทีมไปอ้วกกลางเวทีจนการแสดงและชื่อเสียงของวงเละไม่เป็นท่า Aubrey และ Chloe (Brittany Snow) จึงจำต้องฟอร์มทีมใหม่เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงคืนมาให้กับชมรมที่รักยิ่งของพวกเธอ

เฟรชชี่สาวสวย Beca (Anna Kendrick) ถูกพ่อบังคับให้มาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและบังคับให้หาชมรมอยู่เพื่อเรียนรู้การมีเพื่อนมีสังคม มิเช่นนั้นพ่อจะไม่อนุญาตให้ไปเป็นดีเจหรือโปรดิวเซอร์เพลงที่ LA ตามที่เธอฝัน Beca ไม่มีทางเลือก เธอจึงต้องจำใจเข้าร่วมทีม “Barden Bellas” ตามคำเชิญชวนของ Chloe

แรกๆ Beca ก็รู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการ fit in หรือเข้ากับเพื่อนใหม่สังคมใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนๆ สมาชิกชุดใหม่ของทีม “Barden Bellas” ซึ่งมีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์แตกต่างเฉพาะตัว

เช่น Fat Amy (Rebel Wilson) สาวท้วมสุดฮาและมีพลังความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว, Lilly (Hana Mae Lee) สาวเอเชียเสียงเล็กราวกับกระซิบ, Cynthia-Rose (Ester Dean) สาวทอมผิวสี, Stacie (Alexis Knapp) สาวเอ็กซ์เซ็กส์จัด, และอีก 2-3 นางที่ดูไม่เป็นที่จดจำ ไม่ต้องรู้จักก็ได้

ความแปลกแตกต่างดังกล่าว ทำให้ในระยะเริ่มแรกของทีม “Barden Bellas” ดูเหมือนจะเป็นทีมเวิร์คกันยากอยู่ซะหน่อย แถม Aubrey ยังเป็นหัวหน้าทีมประเภทที่จู้จี้เจ้าบงการและยึดมั่นที่จะใช้แต่เพลง ท่าเต้น หรืออะไรๆ แบบสไตล์เดิมๆ ที่เคยชนะมาเมื่อปีก่อนๆ

การแสดงของ “Barden Bellas” ที่เคยใช้ได้เมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่า มาใช้ตอนนี้ ยังไงๆ ก็เฉิ่มเชย ซ้ำซาก น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ และไม่มีอะไรแปลกใหม่หวือหวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอาไปเทียบกับทีมคู่แข่งอย่าง “Treblemakers” หรือชมรม cappella ชายล้วนของมหา’ลัยด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

โดยปีนั้น Bumper สุดเกรียน (Adam DeVine) หัวหน้าทีมของ “Treblemakers” ก็รับเฟรชชี่หนุ่มๆ มาเป็นสมาชิกใหม่เพิ่มเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ Jessie (Skylar Astin จาก 21 & Over) กิ๊กของ Beca ที่ทำงานด้วยกันอยู่ที่สถานีดีเจประจำมหาวิทยาลัยของ Luke (Freddie Stroma สุดหล่อจาก Harry Potter และ A Cinderella Story: Once Upon a Song)

อย่างไรก็ตาม หลังจากล้มลุกคลุกคลานและขัดใจกันมาหลายครั้งหลายเวที ในที่สุด Aubrey ก็ยอมให้ทีม “Barden Bellas” ได้ลองร้องเล่นเต้นระบำตามสไตล์ใหม่ของ Beca

ในขณะเดียวกันที่ Bumper ก็ทิ้งทีม “Treblemakers” ไปดื้อๆ พอดี เพราะเขาได้รับข้อเสนอให้ไปฝึกงานกับ John Mayer นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง Jesse จึงถือโอกาสไปดึง

Benji (Ben Platt) รูมเมตของเขามาเข้าร่วมทีมแทนที่ เพราะเขารู้มาตลอดว่า Benji มีความสามารถและอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Treblemakers” มาโดยตลอด (แต่คนอื่นไม่รับเพราะมองว่า Benji เนิร์ดและประหลาดล้นเกินไป)

ในรอบไฟนอลของการแข่งขันระดับประเทศ สาวๆ “Barden Bellas” ร้องเพลงที่เรียบเรียงและโซโล่โดย Beca หนึ่งในนั้นมีเพลง “Don’t You (Forget About Me)“

เพลงประกอบภาพยนตร์ “The Breakfast Club” ซึ่งเป็นหนังโปรดของ Jesse รวมอยู่ด้วย

Categories
Uncategorized

อันดับ หนังผี ไทยทำเงินในประเทศสูงสุดตลอดกาลจากทุกค่าย

ผีมากพระโขนง, GTH รายได้ : 1,000 ล้านบาท

หนังผี สุดยอดหนังผีรายได้สูงสุดตลอดกาลที่มั่นใจว่าคงจะไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้อีกแล้ว (ยกเว้นอนาคตตั๋วหนังจะราคาใบละ 1 แสนบาท) โดยเนื้อเรื่องเป็นการเอาแม่นาก พระโขนง มาเล่าใหม่หมดจรด มีโครงเรื่องของผีแม่นาค พอให้ได้กลิ่นอายบ้าง นอกนั้นตีความใหม่หมด และเปลี่ยนภาพจากหนังผีสยองขวัญกลายมาเป็นหนังผีโรแมนติค คอมเมดีเฉยเลย โดยมีตัวชูโรงเป็น 4 เกลอตัวฮา ‘เอ – เผือก – เต่อ – ชิน’

แถมตัวหนังยังหักมุมแล้วหักมุมอีกตกลงใครจะเป็นผี ใครไม่เป็นผี โอ้ยย เรียกได้ว่าพลิกตำนานแม่นากไปเลย ส่วนการตอบรับนั้นถล่มทลายติดกระแสอยู่ในโซลเชียลเป็นเดือนๆ รายได้ก็มีให้ลุ้นทุกวัน ลุ้นยิ่งกว่าเป็นเจ้าของค่ายหนังอยากจะให้ทำลายสถิติเหลือเกิน

นางนาก, ไท เอนเตอร์เทนเมนต์ รายได้ : 149.6 ล้านบาท

หนังผี นางนาก เป็นหนังผีไทยที่ได้เงินทะลุ 100 ล้านเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ และมาในช่วงที่ตอนนั้นอุตสาหกรรมหนังไทยกำลังซบเซาพอดี ก็ได้นางนาก นี่แหละที่ปลุกกระแสจนเกิดปรากฎการณ์หนังไทยฟีเวอร์ได้อีกครั้งหนึ่งความพีค ของนางนาก ก็คือความน่ากลัวล้วนๆ แม้เนื้อเรื่องจะรู้กันอยู่แล้วก็เถอะ กระนั้นคนก็แห่ไปดูกันถล่มทลาย และทราย เจริญปุระ ก็กลายเป็น ‘นางเอกร้อยล้าน’ ทันที

ลัดดาแลนด์, GTH รายได้ : 117 ล้านบาท

หนังผี ลัดดาแลนด์ เป็นตำนานหมู่บ้านร้างที่โด่งดังมากในเชียงใหม่และมีตำนานเรื่องผีเล่าขานมาเรื่อยๆ (แต่เรื่องจริงลัดลาแลนด์ไม่มีผีนะจ๊ะ) ซึ่ง GTH ก็จับเอาตำนานนั้นแหละมาสร้างเป็นหนังผีที่เล่าถึงครอบครัวชนชั้นกลางที่ต้องย้ายไปตั้งรกรากที่เชียงใหม่ ก่อนครอบครัวจะพังเพราะดันซื้อบ้านที่มีผี เรื่องนี้แจ้งเกิดนักแสดงวัยรุ่นหญิงด้วยนั่นคือน้องปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่ในเวลาต่อมาดังมากกกกก

5 แพร่ง, GTH รายได้ : 113.5 ล้านบาท

หนังผีภาคต่อจาก ‘ 4 แพร่ง’ ที่ทำรายได้น่าพอใจ มาภาคสองกลับทำเงินได้ดีกว่า 5 แพร่งคราวนี้จัดชุดใหญ่ด้วยเรื่องผี 5 เรื่อง แต่ที่จดจำได้มากที่สุดก็คือตอนสุดท้ายที่ชื่อว่า ‘คนกอง’ ซึ่งนำเอา 4 นักแสดงสายฮากลุ่มเดิมจาก 4 แพร่ง ‘เต๋อ, เผือก, ชิน และ เอ’ มาสร้างความบันเทิงเหมือนเดิม แถมยังจับเอามาช่า วัฒนาพานิช มายำซะฮาเลย หมดกันมาดนางพญา

ซัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, GTH รายได้ : 107.1 ล้านบาท

หนังผีเรื่องแรกของ GTH ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาทและยังเป็นหนังที่ถูกซื้อไปฉายหลายประเทศเพราะเรื่องเล่ามีความสากล ไม่ใช่ผีไทยที่ฝรั่งดูแล้วอาจจะเกาหัวว่าน่ากลัวตรงไหน แถมยังถูกซื้อไป Remake อีกต่างหาก แต่อย่าไปพูดถึงฉบับ Remake เลย

ความเด็ดของซัตเตอร์คือ การนำประเด็นเรื่องภาพถ่ายติดวิญญาณ ซึ่งเป็นประเด็นที่คอเรื่องสยองขวัญเอามาเล่นกันอยู่บ่อยๆ (พี่ป๋อง นี่ตัวนำเลย) GTH เลยจับมาทำหนังผีเลย ที่สำคัญซัตเตอร์ยังแจ้งเกิดสองผู้กำกับ ‘โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล’ ผู้กำกับพันล้านคนแรกของประเทศและ ‘โอ๋ – ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ’ ในเวลาต่อมา

ผีสามบาท, RS Film รายได้ : 90 ล้านบาท

หนังผีเรื่องแรกที่แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 ตอน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผีที่มีเงินแค่ 3 บาท ทั้งสามตอนแบ่งออกเป็น ‘ท่อนแขนนางรำ’ ‘น้ำมันพราย’ และ ‘จองเวร’ ในยุคนั้นถือว่าผีสามบาทมีความน่ากลัวอยู่ในระดับหนึ่งเลย ถึงคำวิจารณ์จะค่อนข้างแย่ไปนิดนึงก็ตาม และมีมุกฮิตล้อหนังเรื่องนี้ว่า ‘ผีที่ขึ้นรถเมล์ไม่ได้คือผีสามบาท เพราะขาดไป 50 สตางค์’ ใครเกิดทันยุครถเมล์ 3 บาท 50 สตางค์จะเข้าใจ

4 แพร่ง, GTH รายได้ : 85 ล้านบาท

ผู้กำกับ: ยงยุทธ ทองกองทุน
นำแสดง: มณีรัตน์ คำอ้วน, วิโรจน์ เงาอำพันไพฑูรย์
ความเหงา สามารถทำให้ผู้หญิงทำอะไรโง่ ๆ ได้หลายอย่าง ดังเช่นสาวออฟฟิศในเรื่องนี้ เธอเหงา เธอตกงาน เธอโดนทิ้ง เธอหดหู่สุดขีด เมื่อมีข้อความเข้ามาในมือถือว่า “อยากรู้จัก” เธอจึงเริ่มต้น SMS กับคนที่เธอจะต้องเสียใจ

ปิ่น สาวออฟฟิศที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เธอต้องตกงานเธออาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งกับมุก เพื่อนของเธอแต่ด้วยสาเหตุที่มุกไปเที่ยวเชียงใหม่กับแฟนทำให้เธอเหงามาก วันหนึ่งมี SMS แปลกเข้ามาในมือถือของเธอว่า อยากรู้จัก ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรแต่เมื่อความเหงามาถึงขั้นขีดสุดเธอจึงเริ่มติดต่อกับเขา เธอเล่าถึงอุบัติเหตุถึงเธอได้ประสบมา เขาเองก็ตอบกลับมาว่า ผมก็เหมือนอยู่คนเดียวมา 100 วันแล้วเขาขอรูปของเธอ ปิ่นจึงตอบกลับไปว่า งั้นแลกรูปคนละรูปกัน เธอถ่ายรูปตัวเองแล้วส่งไปให้เขาแต่รูปที่เขาส่งกลับเหมือนรูปที่เธอส่งไป ปิ่นจึง sms ตอบว่า อย่าขี้โกงสิ นี่มันรูปชั้นเอง SMS ตอบกลับว่า ดูดี ๆ ผมถ่ายคู่อยู่กับคุณ ปิ่นสังเกตในรูปนั้นมีเหงาขาว ๆ แปลก ๆ จึงทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา

ในวันต่อไปปิ่นได้ไปเจอกระทู้หนึ่งเขียนเกี่ยวกับการทำบุญศพ 100 วันในกระทู้ได้เล่าสาเหตุการตายของผู้ตาย และได้มีการใส่โทรศัพท์ลงในโลงของผู้ตายอีกด้วยทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น มี SMS เขียนมาว่า คุณกลัวอะไร ทำให้เธอกลัวมากขึ้นและคนแปลกหน้าในโทรศัพท์ก็บอกว่าจะมาหาเธอ ไฟค่อย ๆ ดับมาเรื่อย และไฟในห้องของเธอก็ดับลง เธอใช้โทรศัพท์ส่องและร้องไห้ และในขณะนั้นเองได้มีวิญญาณของผู้ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาและผลักเธอลงจากตึก 7 ชั้น ปิ่นเสียชีวิต หลังจากนั้นได้มีการเล่าย้อนเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่า ปิ่นนั่งรถแท็กซี่กลับอพาร์ทเม้นท์แต่มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอกหักวิ่งกระโดดให้รถชน คนขับควบคุมรถไม่ได้จึงทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ ฉากสุดท้ายเป็นรูปถ่ายที่เธอแล้วมีวิญญาณของผู้ชายอยู่ในรูปนั้นด้วย

ผู้กำกับ: ปวีณ ภูริจิตปัญญา
นำแสดง: วิทวัส สิงห์ลำพอง, อภิญญา สกุลเจริญสุข, ชล วจนานนท์
จินตนาการถึงวิธีการเอาคืนแบบเด็ก ๆ อย่างการเขียนกระดานดำล้อชื่อพ่อเพื่อน แล้วลองจินตนาการถึงการเอาคืนของเด็กช่างกลกลุ่มนี้ที่เลือกวิธีเขียนยันต์สั่งตาย แช่งคนที่พวกเขาเกลียดขี้หน้า จินตนาการดูซิว่า ดีกรีความโหดมันจะสุดขั้วกว่ากันแค่ไหน

กลุ่มเด็กวัยรุ่นเกเรกลุ่มหนึ่งไปรังแกลูกของหมอผี ทำให้เขาสร้างยันต์ที่เรียกว่า ยันต์สั่งตาย ซึ่งใครสบตากับยันต์นี้จะตายโดยทันที กลุ่มเด็กเกเรกลุ่มนั้นซึ่งประกอบด้วย เดี่ยว, พิ้งค์ ต้องคอยหนีจากความน่ากลัวเหล่านี้เด็กกลุ่มค่อย ๆ ตายไปทีละคน เช่น ถูกเหล็กเสียบคอ ตู้แอร์หล่นใส่ ใบพัดแอร์กระเด็นเข้าหน้า และถูกไฟครอก เหลือแต่พิ้งค์อยู่คนเดียว เธอรีบไปหลบในรถยันต์นั้นวนเวียนอยู่รอบรถ และมีตำรวจเข้ามาช่วยและสอบปากคำเธอระหว่างมีคนร้ายยิงตำรวจเสียชีวิตในโรงพัก ทำให้เธอต้องอยู่เพียงลำพัง ยันต์นั้นกลับมาหาเธอ และพยายามให้เธอมองมันพิ้งค์ต่อสู้และควักลูกตาของตัวเองออกมาเพื่อที่จะได้ไม่สามารถมองเห็นยันต์ได้ และยันต์ก็บินหายไป

กำกับ: บรรจง ปิสัญธนะกูล
นำแสดง: ณัฏฐพงศ์ ชาติพงศ์, กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งออกไปตั้งเต็นท์กลางป่าลึก พวกเขาล้อมวงเล่าเรื่องผี ทำกิจกรรมห่าม ๆ ไร้สาระตามขนบหนังสยองขวัญทุนต่ำทุกประการ แต่ไฉนผีที่พวกเขาประสบพบเจอ กลับเป็นผีที่แหกธรรมเนียมปฏิบัติผีในหนังทุกเรื่องที่พวกเขาเคยดูมา

วัยรุ่น 4 คนออกไปล่องแก่งกลางป่าแห่งหนึ่งในคืนหนึ่งพวกเขาเล่าเรื่องผีจน ชิน ไม่กล้านอนริมจึงเถียงกับ เต๋อ และ เผือก จน เอ รำคาญเขาเลยพูดว่า ถ้าเกิดกูตายนะเว้ย กูจะกลับมาหลอกคนนอนกลางคนแรกเลย

ในวันต่อมา ทั้ง 4 คนก็มาล่องแก่งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเรือได้ล่มลงกลางแก่งทำให้เต๋อจมน้ำ เอเข้าไปช่วยแต่ตนดันจมน้ำหายไปแทนเต๋อ คืนนั้นทั้ง 3 คนกังวลเรื่อง เอ มาก จนคืนนั้นไม่มีใครกล้านอนตรงกลางเลย ตอนหนึ่งซิปของเต็นท์ได้รูดขึ้นว่าปรากฏเป็น เอ ทั้ง 3 คนดีใจมากแต่แปลกที่ว่าทั้งจมน้ำ และแอ่งมีโขดหินเยอะขนาดนั้น เอ กลับไม่มีแม้แต่แผลเลยมีแค่ความเปียกเท่านั้น คืนนั้นชินฝันว่า เอเป็นผีแต่ยังไม่รู้ตัวว่าตายแล้ว จึงสะดุ้งตื่นและไม่กล้าหลับอีกเลย เต๋อ กับ เอ ก็ได้เดินไปปัสสาวะด้วยกัน เต๋อ เห็นศพของ เอ ลอยอยู่จึงตกใจมาก จึงนำเรื่องทั้งหมดมาเล่าให้ ชิน และ เผือก

เมื่อทั้ง 3 คนเห็นว่า เอ น่ากลายไปเป็นผีแล้วจึงตกใจและวิ่งหน้ายังไม่คิดชีวิต จนในที่สุดก็วิ่งมาเจอกัน เต๋อ ตะโกนเรียก เอ บอกว่าให้ไปสู่สุขคติ ทั้ง 3 คนเห็น เอ อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับแม่น้ำ เอ จึงเล่าเหตุการณ์ความจริงให้ฟังว่าที่จริงแล้ว ทุกคนตายตั้งแต่ที่เรือล้มแล้ว แต่ตนพึ่งมาเห็นศพและโชว์ศพให้ทั้ง 3 คนดูพอเห็นศพทั้ง 3 คนก็ตกใจที่รู้ว่า ตนเองได้ตายไปแล้ว

ผู้กำกับ: ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
นำแสดง: เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, Nada Lesongan, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ
รวมมิตรสุดยอดของอาการ Phobia ทุกรูปแบบ นี่คือเที่ยวบินที่ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวที่แคบ เสียงดัง แรงสั่นสะเทือน ความกดอากาศ ความมืด และ ศพ ทั้งหมดนี้รอต้อนรับแอร์โฮสเตสสาวคนหนึ่ง ในไฟลท์ที่เธอต้องเผชิญมันเพียงลำพัง

พิม แอร์โฮสเตสสาวได้รับโทรศัพท์จากแอร์ฯ รุ่นพี่ว่ามี flight พิเศษของ เจ้าหญิงโซเฟีย และเธอต้องเดินทางไปคนเดียวเนื่องจาก ตุ้ย แอร์ฯ ที่เป็นเพื่อนกันต้องไปงานศพ เต๋อ (ในตอน คนกลาง) ซึ่งเป็นน้องชายและหาคนแทนไม่ได้แล้ว เมื่อพิมแนะนำตัวต่อเจ้าหญิง หล่อนไม่สนใจแต่พิมกลับเห็นแหวนเปอร์เซียที่เจ้าหญิงสวมอยู่เป็นแหวนเหมือนกับของเธอ เธอพยายามถอดแหวนออกแต่ถอดไม่ได้ เธอได้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟแต่เจ้าหญิงกลับดันให้แก้วกาแฟมาหกราดแขนของเธอ พิมโกรธมาก ถึงขนาดนั้นถอดรองเท้าส้นสูงมาคนกาแฟถ้วยใหม่ให้ (แต่เจ้าหญิงไม่ได้ดื่ม) เจ้าหญิงถามถึงแขนเธอและเห็นแหวนจึงให้เธอถอดออกมาให้ดู แต่คราวนี้พิมกลับถอดแหวนได้เจ้าหญิงได้บรรยายถึงการลงโทษของคนที่ลักลอบเป็นชู้กับสามีคนอื่นว่า จะถูกเปลื้องผ้าในที่สาธารณะ และให้ชาวบ้านขว้างปาหินใส่จนเสียชีวิต แต่ก่อนตายเธอจะต้องมากราบขอโทษภรรยาของสามีที่เธอลักลอบเป็นชู้ด้วย

ในเวลาเสิร์ฟอาหารเจ้าหญิงไม่ต้องการที่จะรับประทานอาหารที่สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมมาให้แต่ต้องการอาหารของพิม พิมพบว่า เจ้าหญิงนั้นแพ้กุ้ง เธอพยายามจะหยิบออกให้แต่เจ้าหญิงเรียกเธอก่อนจึงหยิบออกไปได้แค่ 4 ตัว เมื่อเจ้าหญิงรับประทานแล้วก็เกิดอาการแพ้จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ พิมได้เห็นรูปของเธอแล้วเจ้าชายอัลเบิร์ต (สามีของเจ้าหญิงโซเฟีย) ที่ลักลอบเป็นชู้กัน เมื่อหันมาก็พบเจ้าหญิงที่ตาแดงกร่ำมองเธอด้วยสายตาพยาบาทเคียดแค้น

เมื่อเครื่องถึงสนามบินภูเก็ต ก่อนเข้ารับการรักษาเจ้าหญิงก็มองพิมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่น่ากลัว อาฆาต ต่อเธอวันต่อมา พิมพบว่าเจ้าหญิงได้สิ้นประชนม์แล้วจากข่าวทางทีวีว่าให้ส่งพระศพกลับภายใน 15 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถโหลดพระศพลงใต้เครื่องได้จึงต้องให้พระศพวางอยู่บนเครื่อง พิมจึงต้องดูแลพระศพตอนเครื่องขึ้น ศพของเจ้าหญิงก็ได้ไหลมาหาเธอ เธอกลัวมากแล้วศพก็หยุดด้วยความกลัวเธอจึงพยายามเข้าไปอยู่ในห้องของกัปตัน แต่ก็อยู่ได้แค่พักเดียวพอเดินกลับมาก็ไม่พิมก็ไม่เห็นศพอยู่บนที่นั่งแล้ว

เธอกลัวมากแล้วความน่ากลัวก็เริ่มมากขึ้นจนทำให้เธอหัวแตก พิมจึงเริ่มบ้าและพยายามขู่ให้กัปตันเอาเครื่องลงและนำขวานไปทุบกับกระจกของเครื่องบินเพื่อจะหนีแต่ไม่สำเร็จเมื่อกัปตันมาจับตัวเธอและมัดไว้อยู่ตรงนั้นของศพเจ้าหญิง เธอร้องไห้และพยายามกล่าวขอโทษ ทันใดนั้นผ้าพันศพของเจ้าหญิงก็หลุดออกมาเห็นเป็น ใบหน้าอันอัปลักษณ์ ตาแดง มาอ้วกต่อหน้าเธอ เธอหันหน้าหนี เมื่อหันมาอีกทีก็ไม่พบศพเจ้าหญิง เธอจึงเริ่มมองหา เมื่อหันกลับมาอีกทีผีเจ้าหญิงก็พุ่งเข้ามาหาเธอ พิมกริ้ดสุดเสียง… เมื่อถึงที่หมายพนักงานภาคพื้นดินชาวต่างประเทศ 2 คนเข้ามาในเครื่องบินแล้วพบว่าเห็นศพของ พิม คอหักและทำมือลงก้มกราบเท้าของเจ้าหญิงโซเฟีย

Categories
Uncategorized

หนังสืบสวน ที่การันตีคุณภาพ ด้วยการเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์

The Girl with the Dragon Tattoo (2011)

หนังสืบสวน The Girl with the Dragon Tattoo (2011) เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องง่ายๆ เบย์ๆ ว่ากันด้วยนักธุรกิจผู้ร่ำรวยแห่งประเทสสวีเดนที่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่า หลานสาวของเขาหายไปไหนกว่า 40 ปี โดยเขาได้จ้าง Mikael Blomkvist ผู้สื่อข่าวสายการเงิน และเพื่อนร่วมงานอย่าง Lisbeth Salander ให้สืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแน่นอนว่าหนังทำให้คนดูรู้สึกว่า การสืบสวนของตำรวจเป็นอะไรที่ชาญฉลาดและรู้ความจริงได้ในระยะสั้นๆ แต่ข้อเสียของหนังเรื่องนี้ก็คือทำให้คนดูขาดความต่อเนื่อง แต่ยังไงซะ The Girl with the Dragon Tattoo (2011) ก็เป็นหนังที่มีความยูนีคที่ยากที่หนังอื่นจะลอกเลียนแบบอยู่ดี

The Wailing (2016)

หนังสืบสวน เป็นหนังที่รวมความความดาร์กไว้จริงๆ สำหรับ The Wailing (2016) ก็พี่แกเล่นเอาทั้งความสยองขวัญ ความลึกลับ และการสืบสวนสอบสวนไว้ด้วยกัน ว่ากันด้วยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันแสนน่ากลัวที่เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตำรวจไม่สามารถหาต้นตอได้ จุดสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ผู้กำกับพยายามทำให้คนดูสับสนและไขว้เขวกับความเชื่อของตัวเอง จนหนังเฉลยความจริงในที่สุด บอกเลยโคตรพีค

J.S.A.: Joint Security Area (2000)

คุณรู้จักหนังสือเรื่อง ชาโรมอน มั้ย? หนังเรื่องนี้เป็นแบบนั้นแหละ มันเป็นการที่คนปกปิดความจริงเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดย J.S.A.: Joint Security Area (2000) จะมีเนื้อเรื่องประมาณว่า Lee Soo-hyeok ทหารฝ่ายเกาหลีใต้ และ Oh Kyeong-pil ทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ ทั้งคู่สนิทสนมและรักกันเหมือนพี่น้องมาก่อน แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมนายทหาร 2 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่เมื่อถึงสอบสวนออกมาแล้ว นายทหารสองคนกลับเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่ล่ะ? ใครกันที่เป็นฝ่ายโกหก ?

Tinker Tailor Soldier Spy (2011)

ใครที่เครียดๆ อยู่เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการดู Tinker Tailor Soldier Spy (2011) บอกเลยว่าถ้าคุณดู คุณปวดกระบาลมากกว่าเดิม โดยหนังเรื่องนี้ว่าด้วยยุคสงครามเย็น โดยสายลับอาวุโสอย่าง George Smiley ถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจสำคัญ เขาจะต้องหาตัวสายลับรัสเซียที่แฝงอยู่ในองค์กร แน่นอนว่าบรรยากาสในการสืบสนนั้นช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดระแวง สายลับทุกคนต่างตีหน้าซื่อและเย็นชาใส่กัน แล้วความจริงใครกันนะที่เป็นหนอนบ่อนไส้ ?

Mulholland Dr. (2001)

ใครที่ชอบหนังแนวเบี้ยนๆ บวกกับความสลับซับซ้อนล่ะก็ ก็ต้องหนังเรื่องนี้เลย Mulholland Dr. (2001) ว่ากันด้วยหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ เธอความจำเสื่อม จากนั้นเธอก็ได้แอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้พบกับ Betty Elms หญิงสาวที่พร้อมจะช่วยเธอสืบหาตัวตน บอกเลยว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้จะต้องแยกแยะหน่อย เพราะเขาใช้วิธีการตัดต่อแบบ nonlinear มันจะทำให้เรื่องดูยุ่งเหยิง และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

Gone Baby Gone (2007)

หนังเรื่อง Gone Baby Gone (2007) เป็นผลงานกำกับของ Ben Affleck บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้แหละที่จะทำให้คุณรู้ว่าเขาเป็นผู้กำกับได้ดีพอๆ กับการเป็นนักแสดง โดยหนังเรื่องนี้จะมีเรื่องราวประมาณว่า คู่รักนักสืบคู่หนึ่งถูกจ้างให้ไปตามหาเด็กสาววัย 4 ขวบที่หายไปอย่างร่องรอย โครงเรื่องอาจจะฟังแล้วไม่รู้สึกว้าว แต่คุณต้องไปดูที่วิธีการเล่า โดยการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้คือจะพาผู้ชมไปคลายคำตอบพร้อมๆ กับสร้างปริศนาใหม่ๆ ขึ้นมาไม่รู้จักจบสิ้น น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ

Montage (2013)

เรียกได้ว่าเป็นทั้งหนังสืบสวนสอบสวน และหนังหักมุมชั้นดีเลยแหละสำหรับ Montage (2013) ว่าด้วยมีเด็กผู้หญิงถูกลักพาตัวไปนานถึง 15 ปี ตำรวจก็ยังไม่สามารถตามหาเธอได้จนต้องปิดคดีไป และเมื่อไม่นานนี้เองก็มีคดีลักพาตัวซึ่งเกิดในลักษณะแบบเดียวกันนี้อีก เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องพลิกแพลงจนคนดูตามไม่ทันเลยแหละ ท้ายที่สุดแล้วคนดูก็ต้องเสียน้ำตาให้กับความเจ็บปวดและความสวยงามที่เกิดขึ้น

Mystic River (2003)

Mystic River (2003) เป็นหนังที่เงียบนิ่ง แต่เจ็บลึกถึงใจจริงๆ ว่ากันด้วยชายคนหนึ่งที่ลูกสาวถูกฆาตรกรรมอย่างโหดร้าย เขาเสียใจจนกินกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตำรวจที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาก็ไม่อาจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเริ่มสอบสวนไปเรื่อยๆ พฤติกรรมของคนใกล้ตัวก็ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้น เรื่องราวจะจบลงอย่างไรก็ต้องไปดู

Memories of Murder (2003)

Memories of Murder (2003) ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริง มันเป็นช่วงที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีเมื่อปี 1986-1991 เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวในวันฝนตก โดยกลุ่มนักสืบจะต้องตามหาตัวคนร้ายนี้ เรียกได้ว่า เนื้อหาและบรรยากาศเป็นไปได้อย่างสมจริงเลยแหละ ไม่เขร่งขรึมตึงเครียดเกินไป

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ใหม่

 

Categories
Uncategorized

หนังผี สุดสยอง จากเรื่องจริง อย่างงี้ แบบหน้ากลัวกับเรา movie24h.com

The Exorcism

เรื่องของอันเนลิส สุดสยอง เด็กสาวชาวเยอรมันอายุ 16 ปี ที่จู่ๆเธอก็มีอาการเหมือนกับคนถูกผีเข้า ทั้งทำร้ายตัวเองสารพัด พึมพำภาษาประหลาด หยาบคาย กินแมลง หรือแม้กระทั่งคลานอยู่ใต้โต๊ะแล้วเห่าหอนอยู่สองวันเต็ม กรีดร้องไม่รู้จักเหนื่อยนานนับชั่วโมง ร้องไห้ ด้วยร่างกายเธอทรุดโทรมลงมาก พ่อแม่เธอจึงไปขอร้องบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์ กับหลวงพ่อโจเซฟ เรนซ์มาทำพิธีไล่ผี ที่แสนจะยากลำบาก เพราะอยู่ดีๆเธอก็มีแรงมหาศาล กระโดดไปสูงผิดปกติ จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง เพราะร่างกายของเธอขาดน้ำ และอาหารมาเป็นเวลานาน

Audrey Rose

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวของแฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ เนื่องจากลูกของเขาที่ชื่อว่า เรย์มอนด์ ลูกชายอายุ 6 ขวบของเขา ที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกๆโดยที่ตัวเองไม่มีความสามารถด้านนั้นมาก่อน เช่นการเล่นเปียโน ทางครอบครัวจึงได้ไปปรึกษาคนทรง และได้ความว่าลูกของเขากลับชาติมาเกิด และคนนั้นก็ยังคงสิงอยู่ในร่างของลูกเขาอยู่ตลอดเวลา

มหาลัยสยองขวัญ (ศาลในห้องน้ำหญิง)

มาถึงคิวของหนังไทยที่น่ากลัวไม่แพ้กัน กับเรื่องเล่าในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ณ ห้องน้ำ ชั้น 5 ตึก A คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ว่ากันว่า มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่วันหนึ่งฝ่ายชายได้บอกเลิก ฝ่ายหญิงทำใจไม่ได้เลยคิดสั้น ตัดสินใจผูกคอตายในห้องน้ำหญิงของตึกนี้ ตั้งแต่นั้นมาที่ตึกนี้ก็มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะที่ชั้น 5 มักจะได้ยินเสียงแปลกๆ หรือเห็นเงาคนเดิน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ไม่พบอะไร บ้างก็เล่าว่าหากใครไปเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงเหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ หรือหากส่องกระจกก็จะเห็นผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลัง สร้างความหวาดผวาให้กับบรรดานักศึกษาที่ต้องทำงานในตึกนี้เป็นอันมาก ทางคณะจึงได้มีการตั้งศาลเพียงตาขึ้นในห้องน้ำ เพื่อให้ดวงวิญญาณได้มีที่อยู่

An American Haunting

เรื่องนี้ สุดสยอง เกิดจากตำนานของแม่มดเบลล์ ที่ถูกเล่าขานมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 1820 ว่ากันว่า จอนห์น เบลล์ ชายที่พูดไม่ได้ เพราะถูกมือลึกลับมาจับที่หน้าหลายๆครั้ง และเสียชีวิตในที่สุดจากการกินยาพิษจากฝีมือของแม่มด แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะผู้ที่ไปร่วมงานศพของเขาได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาตามลม และพิธียังถูกรบกวนด้วยอะไรแปลกๆ โดยเบตซี่ เบลล์ ลูกสาวคนสุดท้องเล่าว่า บ้านของพวกเขามักจะมีเสียงการตี หรือการกัดอยู่ทั้งในและนอกบ้านเสมอ!!

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ hd

Categories
Uncategorized

6 หนังภาคต่อ “ห่วยที่สุด” ตลอดกาล ที่มีแค่ภาคแรกก็เกินพอแล้ว

Cruise Control (1997)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 94%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 164 / 350 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sandra Bullock, Jason Patric, Willem Dafoe, Temuera Morrison
ผู้กำกับภาคต่อ: Jan de Bont (Speed, Twister, The Haunting, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเป็นหนังฮิตระเบิด ติดท็อปหนังดังของ Keanu Reeves และ Sandra Bullock และถ้าดูจากคะแนนวิจารณ์ก็สูงขนาด 94% ไม่แปลกที่ภาคต่อจะตามมาและยังได้ทั้งนางเอกและผู้กำกับจากภาคแรกกลับมา ขาดก็แต่เพียง Reeves ที่ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของหนังแอ็กชันเรื่องนี้ ซึ่งไม่ตามมากับภาค 2 ที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่ แค่เปลี่ยนสถานการณ์จากบนรถบัสมาเป็นเรือหรู และได้พระเอกที่ไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย ทำให้คะแนนของหนังจากอีก 6 % จะร้อย เหลือแค่ 4% และรายได้หล่นลงกว่าครึ่ง แบบนี้ให้คนจำแค่ว่ามีภาคเดียวก็น่าจะดีกว่า

The Whole Ten Yards (2003)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 45%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 26 / 106 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Bruce Willis, Matthew Perry, Amanda Peet, Kevin Pollak
ผู้กำกับภาคต่อ: Howard Deutch (Grumpier Old Men, The Replacements, The Great Outdoors, My Best Friend’s Girl)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: เอาเข้าจริง ๆ หนังภาคแรกที่เกี่ยวข้องกับมือปืนผู้มาหลบซ่อนตัวและมีเพื่อนบ้านเข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีคำวิจารณ์ที่ดีเด่นอะไร (จนขนาดที่ควรจะมีภาค 2 ตามออกมา) แต่ก็เป็นไปได้ว่าค่ายหนังอาจอยากลองเสี่ยงกับพระเอกนักบู๊ที่เล่นหนังตลกได้ดีอย่าง Bruce Willis และพระเอกซีรีส์ Friends ที่ก็ฮิตอยู่หลายปีอย่าง Matthew Perry แต่ความสำเร็จแม้แต่ในระดับเดิมทั้งคุณภาพและการทำเงินก็ไม่ได้กลับมา แถมรายได้ยังหล่นหายไปกว่า 3 ใน 4 และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของหนัง ปิดโอกาสที่จะมีภาค The Whole Eleven Yards ให้ได้อึดกันอีกสักสิบเอ็ดหลา

Basic Instinct 2 (2006)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 53%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 38 / 352 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sharon Stone, Hugh Dancy, David Thewlis, Charlotte Rampling
ผู้กำกับภาคต่อ: Michael Caton-Jones (The Jackal, Scandal, This Boy’s Life, Rob Roy)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกออกฉายปี 1992 ก็ไม่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีเท่าไรนัก แต่ความฉาวของเรื่องราว และความแซ่บของนักแสดงสาวสวยเป๊ะในเวลานั้นอย่าง Sharon Stone รวมไปถึงท่านั่งไขว้ขาในตำนานก็ทำให้หนังฮิตระเบิดและเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดังที่สุดของเธอ 14 ปีให้หลัง ภาค 2 ก็ตามมา โดยไม่มีใครกลับมาเลยนอกจาก Stone และท่าไขว้ขาของเธอ ซึ่งก็ต้องยองรับว่าด้วยความที่หนังไม่มีอะไรใหม่ และ Stone ก็หมดมนต์ขลังทั้งความสาวและความสวยลงไปเยอะ หนังที่มาในรสชาติเดิมในยุคใหม่ที่คนดูไปสนใจหนังแนวอื่นกันเยอะแล้ว คุณภาพก็หล่น รายได้ก็หล่นตาม

Son of the Mask (2005)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 77%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 59 / 351 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Alan Cumming, Damon Herriman, Kal Penn, Bob Hoskins
ผู้กำกับภาคต่อ: Lawrence Guterman (Cats & Dogs, Antz)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเมื่อปี 1994 คือหนังที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเป็นอันดับสองในเครดิตของ Jim Carrey ที่ 352 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลก (เป็นรองแค่ Bruce Almighty (2003)) และแจ้งเกิดนางเอกสาว Cameron Diaz ภาคต่อใช้เวลาถึง 11 ปี โดยไม่มีทีมงานหลักและนักแสดงคนไหนกลับมาเลย นอกจากไอเดียมนุษย์สวมหน้ากากแล้วกลายเป็นไอ้หน้าเขียวตัวฮา ซึ่งเพราะการไม่มีนักแสดงดังและทีมงานที่มือถึงมาคุมงานสร้าง ก็ทำให้หนังสะเปะสะปะและดูไม่สนุกเอาเลยทั้งเรื่อง จนดูเป็นหนังเกรดบีที่เหมาะจะลงโฮมวิดีโอในสมัยนั้น (หรือสตรีมมิงในสมัยนี้) มากกว่า

The Next Karate Kid (1994)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 88%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 15 / 91 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Hilary Swank, Michael Ironside, Pat Morita, Constance Towers
ผู้กำกับภาคต่อ: Christopher Cain (Young Guns, Gone Fishin’, The Principal)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกนั้นเป็นหนังฮิตระดับตำนานในการเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างการต่อสู้ของญี่ปุ่นและวิถีชีวิตของเด็กอเมริกัน ออกฉายในปี 1984 และทำรายได้รวมทั่วโลกไป 91 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 8 ล้านเหรียญฯ จึงมีภาคต่อตามออกมา ภาค 2 ในปี 1986 ภาค 3 ในปี 1989 ซึ่งคะแนนของคุณภาพหนังก็ลดต่ำลงเรื่อย แต่ไม่หนักเท่าภาค 4 ที่ได้ Hilary Swanks นักแสดงรางวัลออสการ์ที่ยังวัยรุ่นอยู่ในตอนที่เล่นมารับบท คะแนนความนิยมต่ำเตี้ยเหลือ 7% เป็นเพราะเสน่ห์ที่จางหายและการซ้ำรอยภาคเดิม ๆ ย่อมทำให้คนดูเบื่อ หนังมีฉบับรีเมกเป็นหนังฮิตอีกครั้งในปี 2010 ในชื่อ The Karate Kid นำแสดงโดย Jaden Smith และเฉินหลง โดยได้ผู้กำกับภาคแรกปี 1984 กลับมา และทวงคืนคุณภาพได้ที่คะแนน 66

I Still Know What You Did Last Summer (1998)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 42%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 40 / 125 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Jennifer Love Hewitt, Freddie Prinze Jr., John Hawkes, Brandy Norwood
ผู้กำกับภาคต่อ: Danny Cannon (Judge Dredd, Phoenix, Goal! The Dream Begins)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: หนังสยองขวัญวัยรุ่นภาคต่อที่เป็นของฮิตในยุคสมัยนั้นที่จะมีทั้งหนังวัยรุ่นสยองขวัญแบบน่ากลัวอย่างแฟรนไชส์ Scream (1996-2011) ทั้ง 4 ภาค และแบบฮา ๆ อย่างแฟรนไชส์ Scary Movie (2000-2013) ทั้ง 5 ภาค และหนังก็ได้นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังของยุคอย่าง Jennifer Love Hewitt และ Freddie Prinze Jr. มารับบท ด้วยความที่ภาคแรกนั้นเป็นความสดใหม่ของหนังสยองขวัญ แต่พอภาค 2 ที่ไม่ใหม่แล้วรวมถึงหนังก็แทบจะซ้ำรอยเดิมไม่มีอะไรให้ได้ลุ้นกันใหม่ การสร้างภาค 2 แบบตามมาติด ๆ จากภาคแรกแค่ปีเดียว จึงดูเป็นการสร้างแบบสุกเอาเผากินเพื่อจะมาโกยรายได้มากกว่าเน้นคุณภาพ ซึ่งเมื่อคุณภาพตก รายได้ก็ตกไปกว่า 2 ใน 3 ต่อมาปี 2006 ที่มีภาค 3 ออกมาที่ไม่มีเนื้อเรื่องหรือนักแสดงเกี่ยวข้องกับภาคแรก ถึงขนาดได้คะแนนวิจารณ์ 0% กันเลยทีเดียว (ก็ยังจะกล้าสร้าง)

Little Fockers (2010)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 9% / 84%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 310 / 330 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Robert De Niro, Ben Stiller, Owen Wilson, Dustin Hoffman, Barbra Streisand, Laura Dern, Jessica Alba, Kevin Hart
ผู้กำกับภาคต่อ: Paul Weitz (American Pie, About a Boy, In Good Company, Being Flynn)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: 2 ภาคแรกเป็นความสำเร็จของหนังพ่อตาลูกเขยจอมแสบที่ป่วนกันจนเกิดความชุลมุนยุ่งเหยิงกันไปหมด Meet the Parents ออกฉายในปี 2000 และภาค 2 Meet the Fockers ออกฉายปี 2004 กลายเป็นหนังฮิตทำรายได้สูงสุดของแฟรนไชส์ (ทำรายได้รวมทั่วโลก 522 ล้านเหรียญฯ) ทั้งสองภาคกำกับโดย Jay Roach เจ้าพ่อหนังตลกที่เคยกำกับ Austin Powers มาแล้วทุกภาค และเพิ่งพลิกกับมาทำหนังดรามาตลกร้ายอย่าง Bombshell เมื่อปีที่ผ่านมา ค่ายหนังจึงดันภาค 3 ตามมาในปี 2010 แต่เปลี่ยนผู้กำกับ ความชุลมุนยุ่งเหยิงในเรื่องลดลงแต่สำหรับคนดูนั้นเพิ่มมากขึ้น จากการที่มีตัวละครเยอะไปหมด และมุกตลกในเรื่องจากเดิมที่เป็นมุกตลกสถานการณ์ดันกลายมาเป็นมุกชวนแหยให้คนดูส่ายหน้าเสียมากกว่า แต่หนังก็ยังทำรายได้เยอะพอ ๆ กับภาคแรกที่ค่ายหนังก็คงได้เงินตามที่อยากได้อยู่ดี

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์